การที่ภัยพิบัติจะเกิด มันใกล้เข้ามาทุกขณะจิต อย่าได้หวั่นไหวกับเหตุการณ์ที่ปัจจุบันยังไม่เกิด อย่าตีโพยตีพายหาที่กำบังหลบภัยอยู่เลย เพียงแค่เราเห็นข่าวภัยพิบัติหรือรับสาส์นจากครูไป ในการกระจายข่าวทุกครั้งเพียงแค่เป็นการรับสาส์นบางอย่างจากเบื้องบน ไม่ว่าจะมาในรุปแบบใด นิมิต หรือภาพซ้อน มันก็คือเป็นการเตือนให้เราปฏิบัติตนให้ดี ครูประกาศออกไปตามหน้าที่ที่ทำอยู่ขณะนี้เท่านั้น ไม่ได้หมายให้ใครมากลัว ตื่นตระหนก ตกใจ แต่ต้องการให้เรารู้ตัวตลอด ว่าเราทำดีไว้เพียงพอหรือยัง เราคิดดีได้เพียงพอใหมที่จะได้รอด แต่ไม่ได้ให้ฝักใฝ่ว่า "ฉันจะรอด ๆ ๆ ๆ " อย่างเดียวเท่านั้น ขอแนะนำว่าให้เราปล่อยวาง และปฏิบัติดีด้วย ไม่ได้ให้ละเลยการทำดี อยู่อย่างหดหู่ ฉันไม่ทำอะไรแล้ว เพราะเดี๋ยวก็ตายกันหมด คิดแบบนี้ไม่ได้ ให้คิดดี ๆ นะ แล้วเมื่อเราคิดดี พูดดี ทำดี เราก็ไม่เห็นต้องกลัวการตายเพราะภัยพิบัติเลย เพราะถึงอย่างไร ทางพุทธศาสนา ท่านก็จะได้ไปสู่สุขคติ ไปอยู่ ไปจุติ ในภพภูมิที่ดี ส่วนในทางศาสนาคริสต์ ท่านก็จะได้กลับสู่อ้อมกอดของพระเจ้า และในอีกหลาย ๆ ศาสนา หลายลัทธิ ก็บอกว่าคุณจะได้ไปอยู่ในที่ ๆ ดี และในส่วนของจักรวาล ท่านก็จะได้กลับบ้าน กลับไปในจุดที่เราจากมา บางท่านยังอาจเวียนว่าย ในอีกที่หนึ่ง ดาวดวงอื่น กาแล็กซี่อื่นก้เป็นได้
ดังนั้นสิ่งที่ประกาศออกไป จงอย่าตีโพยตีพาย มีสติอยู่เสมอ รู้ตัวตลอดว่าตนทำอะไร แล้วใครที่บอกว่า "แย่แล้วยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ หรือบุพการีเลย ก็จะตายเสียแล้ว" อย่าลืมว่า เราอาจจะไม่ได้ตายเพราะภัยพิบัติของโลกที่กำลังจะมาถึงก็ได้ เราอาจจะตายก่อนด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยอุบัติเหตุ ฯลฯ ก็เป็นได้ ดังนั้นอย่าได้โทษภัยพิบัติเลย อย่าอ้อนวอนว่าอย่าให้เกิดเลย มันถึงเวลาแล้ว ทุกอย่างมันมีอายุขัยของมัน มีเกิดก็ต้องมีดับ เป็นสัจธรรมของชีวิต แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ก็ยังมีการเสื่อมไปตามกาลเวลาเลย เพราะฉะนั้นอย่ารอ รอทำงานเก็บเงิน แล้วจะซื้อบ้านให้แม่นะ ตอบแทนบุญคุณแบบนี้ ไม่ทันหรอกในยุคนี้ เราควรตอบแทนท่านทุกขณะจิต เช่นคิดดีกับท่าน ไม่โกรธเมื่อท่านต่อว่าหรือสั่งสอนเรา คิดเสียว่า ถ้าไม่มีพวกเค้า เราจะออกมาจากกระบอกไม้ไผ่หรือไปจับฉลากมา ไขโหลมา เปิดไข่จากโหลปั๊บ เจอเราอยู่แล้วเอามาเลี้ยงหรือ และถ้าเราจะออกจากกระบอกไม้ไผ่จริง บุพการีก็มีพระคุณกับเราอยู่ดี เพราะถ้าเค้าไม่เลี้ยงเรา เราก็คงได้เป็นลูกกรอกแน่ ๆ
แล้วก็อีกนั่นแหละ ถ้าเค้าเลี้ยงเราทิ้งขว้าง ไม่ซื้อเสื้อผ้าให้ เราก็โป๊เปลือย เดินล่อนจ้อน แล้วก็ถ้าเค้าไม่ส่งเราเรียน เราก็ไม่อาจมามีหน้ายืนเถียงสั่งสอนผู้มีพระคุณได้หรอก
อยากให้พวกเราคิดกันเป็นทอด ๆ แบบนี้ เพราะไม่ว่าจะคิดกี่ตลบ บุพการีก็มีพระคุณต่อเราทุกด้าน ดังนั้นไม่ต้องรอตอบแทนบุญคุณนะ ทำทุกวัน ทุกลมหายใจ ทุกขณะจิต ทุกเสี้ยววินาที สำนึกบุญคุณ บอกรักท่าน โอบกอดท่าน ถามไถ่ เอื้ออาทร รักท่านให้มาก อย่าทำให้ท่านทุกข์ กังวลด้วยความเป็นห่วงอีกเลย
ทุกขณะจิต ทุกลมหายใจมีค่า จงระลึกถึงท่าน ก็เป็นบุญ ปฏิบัติดีต่อท่านก็เป็นการกตัญญูแล้วไม่ต้องรอเรียนจบ แล้วทำงานมีเงินหรอกนะคะ อยากให้ทุกคนอ่านและนำไปปฏิบัติตามด้วยนะคะhttp://www.facebook.com/note.php?note_id=190133451008091#!/note.php?note_id=191555244199245
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
อยากบอกอะไรก็บอกได้นะคะ