วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

สาส์นล่าสุด วันที่ 7 ก.พ. 54

เช้าวันจันทร์ที่ 7  ก.พ. 54  ที่สดใส  ในนิมิต (ไม่ใช่ฝัน)  ข้าพเจ้ามองออกไปที่ภูเขาลูกสีเทา ๆ ที่อยู่ไกล ๆ ห่างจากจุดที่ยืนประมาณ 5 กิโลเมตร  ความแห้งแล้งเกาะกุมพื้นที่โดยรอบ  รอบกายของข้าพเจ้าเห็นแต่เพียงฝุ่น ที่ตลบอบอวลจนเหมือนควันไฟ  แต่ไม่ใช่  ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายโดยรอบนั้น ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า หากใช้จมูกหายใจในขณะนี้ คงไอโครกๆๆ ไปแล้ว และคงแสบคอพิลึก  รวมทั้งแสงแดดที่แผดจ้า ทำให้แสบตาได้แน่นอน แม้จะมีฝุ่นตลบอยู่เช่นนี้ จนทำให้ความสว่างจ้าจากแสงแดดเบาบางลงไปบ้าง แต่ความร้อนของพลังแสงอาทิตย์นั้น ยังคงแผดเผาร่างและพืชบนโลกให้แห้ง  ไหม้ไปกับตาได้  การไหม้ไม่ได้ไหม้แบบพรึ่บพับ  แต่ค่อย ๆ ไหม้และเป็นจุลไปกับตา  ใบไม้มีฝุ่นปกคลุมจนหาสีเขียวไม่เจอ หากแต่รู้ได้เพราะลักษณะและรูปร่าง แต่ก็นั่นแหละ ความร้อนมันแผดเผาจนหด เกรียม จากน้ำตาลเป็นน้ำตาลไหม้ไปต่อหน้าต่อตา
  ภาพของผู้พิทักษ์หญิง ที่อายุเพียง 11 ย่าง 12 ปี  ได้ทำงานมาระยะหนึ่งแล้วในการช่วยเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ให้รอดพ้น  ข้าพเจ้าอยากเอื้อมมือไปจับท่านผู้นี้เป็นยิ่งนัก  แต่ก็ทำได้เพียงแค่เอื้อมมือไป แต่สัมผัสไม่ได้ เพราะนั่นเป็นเพียงภาพนิมิตในอนาคต  ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถเอ่ยถามสารทุกข์ หรือความเป็นไปในอดีตได้  อยากรู้  เกิดความอยาก แต่ก้ต้องระงับไว้  ไม่เช่นนั้นภาพต่าง ๆ จะหายไปได้ เพราะทุกครั้งที่ข้าพเจ้าอยากเห็น ภาพจะล้มทันที  เพราะพระผู้แทนกล่าวบอกข้าพเจ้าว่า "นี่เป็นเพียงการสื่อสารทางเดียวเท่านั้น  เราพาท่านมาพบเห็น  เพื่อนำไปยืนยันว่าจะมีสิ่งใดจะปรากฎในกาลต่อไปบ้าง"
จากนี้เป็นบทสนทนา
เรา-  ตกลงแล้วจะเกิดภัยพิบัติตามวันเวลาที่ข้าพเจ้าเคยได้รับไหมคะท่าน?
พระฯ -  เกิดสิ  ตามวันเวลานั้นนั่นแล  (วันที่ 3  เมษายน  2557)  แต่จักเป็นเพียงระลอกแรก ๆ เท่านั้น
เรา  -  ระลอกแรก ๆ แสดงว่ามีหลายระลอกหรือคะท่าน
พระฯ  -  ใช่เจ้า  เราบอกท่านเพื่อให้คอยเตือนผู้คน  ท่านทำถูกแล้วที่เตือน  เผยแพร่ในสิ่งที่ท่านได้รับมา อย่าได้พะวงหรือห่วงตนว่าจักมีผู้ไม่เชื่อ  พวกเค้ายังคงต้องเวียนว่ายอยู่เช่นนี้อยู่ร่ำไปไม่ได้กลับถิ่นแดนที่จากมา  สัญญาและอาสากันเป็นมั่นเหมาะเมื่อครั้งที่อยากทำงาน  แต่พอได้รับการเมตตาอนุญาตแล้ว  กลับหลงทางกรรมอยู่เช่นนี้  หากเจ้าสื่อสารออกไปแล้วพวกเค้าไม่อยากกลับบ้านกัน  ก็สุดแท้แต่พวกเค้า  เจ้าจักทำอะไรก็มิได้
เรา -  แล้วที่ข้าพเจ้าเห็นผู้พิทักษ์อยู่นี้ เหตุใดเขาจึงโตแล้วเจ้าคะ
พระฯ  -  เรื่องมันเกิดมาตั้งแต่ครานั้น จนบัดนี้เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว  ยังมิสงบ  การกำจัดจิตที่เสื่อมแล้วนั้นทำได้ยากยิ่ง  เพราะพวกมันต่างคอยหลบหลีกการตัดสินอยู่  เจ้านี่ (ผู้พิทักษ์) จึงต้องทำงานหนักหน่อย  อาจลืมอดีตที่เคยเป็นมา เพราะค่าของความรับผิดชอบนั้นใหญ่หลวงกว่าการเป็นครอบครัวสมมตินั้น
เรา  -  (ร้องไห้  สะอึกสะอื้นในนิมิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน)  แล้วเค้าจะจำข้าพเจ้าได้ไหมคะท่าน  เมื่อถึงเวลานั้น
พระฯ  -  (มองข้าพเจ้าด้วยสายตาที่มีเมตตา และเอ่ยขึ้น)  ทำจิตให้สงบ และพิจารณาให้ดี  ว่าภาพที่เจ้าเห็นปรากฎอยู่เบื้องหน้านั้น  เจ้าและบุตรสมมติของเจ้าเองมิใช่หรือ  ที่ตั้งใจและอธิษฐานจิตไว้แต่เบื้องแรกแล้ว
เรา - พระฯ  นิ่งสงบพร้อมกัน
เรา - ค่ะท่าน  ข้าพเจ้าจะตั้งจิตให้นิ่ง เพื่อทำหน้าที่ในส่วนที่ตนรับผิดชอบต่อไป  แล้วกลับไปรอที่ที่มีความอบอุ่น  สว่าง  เจ้าค่ะ
พระฯ  -  เจ้าจงจดจำไว้ว่า  พ่อจะให้โอกาสเลื่อนเวลาที่เกิดการณ์ที่หนักไปก่อนก็จริงอยู่  แต่ก็สุดแท้แต่จิตมนุษย์เท่านั้นที่จักคงตนไว้ซึ่งความดีงามได้มากเท่าใด  หากช่วยกันโอบโลกด้วยรักและเมตตา  เลิกประหัดประหารกัน  มิใช่ด้วยอาวุธทำลายล้างเท่านั้น แต่หากต้าองเลิกการประหัดประหารกันด้วยวาจาด้วยแล้วไซร้  พระองค์จักเมตตายิ่งขึ้น  เพราะขณะนี้พระองค์มีได้อยู่ในเกมของพวกเจ้า  แต่หากพระองค์เป็นเพียงผู้ดู  เท่านั้น  ผู้ที่ทำหน้าที่กวาดล้างจริง ๆ มิได้เผยตนในเวลานี้หรอกเจ้า  พวกเค้ารอคอยวันที่พวกเจ้าพูดจาก้าวล่วง หมิ่นอำนาจของพ่อ ซึ่งเป็นผู้สร้างพวกเจ้า  สร้างสรรพสิ่งบนโลกสีน้ำเงินใบนี้  ว่าเมื่อปี 2012 มาถึง (ตามที่เป็นข่าวพูดกันเรื่อง 2012) และ วันที่ 3  เมษายน 2557  ตามที่เจ้าเคยได้รับสาส์น ตามแบบประเทศถิ่นกำเนิดเจ้ามาถึง  แลยังไม่เกิดเหตุการณ์ดั่งเจ้าเคยกล่าวไว้แล้วไซร้  เวลานั้นมนุษย์ผู้มีจิตต่ำ จะเร่งทำชั่วกันมากขึ้นเพราะคิดด้วยจิตต่ำว่า คงไม่เกิดอย่างแน่นอน  เมื่อนั้นจิตต่ำและชั่วจักเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ  เมื่อนั้นแลความชั่วเกิน 70 ในร้อยของโลก  จักเป็นการกวาดล้างที่ง่ายขึ้นยิ่งนัก
  แล้วพระผู้แทนก็หายไป  ปล่อยข้าพเจ้าไว้กับฝุ่น  อากาศที่แห้งแล้ง  รวมทั้งภาพของผู้พิทักษ์ที่ยังคงขมักเขม้นหาสัตว์ที่รอดชีวิตอยู่ตรงหน้าของข้าพเจ้าต่อไป  และได้แต่นั่งดูอย่างเป็นสุขจนได้เวลาออกจากนิมิต
  หมายเหตุ   โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและคิดนะคะ  เพราะนี่เป็นเรื่องที่เกินจะเชื่อ  ผู้ใด ท่านใด พร้อมจะรับก็รับข้อมูลนี้ไป  หากผู้ได้ไม่คิดอยากรับก็กรุณาอย่าโพสต์ต่อต้านเลย เพราะข้อความทั้งหมดที่พิมพ์มา  เป็นข้อมูลที่ได้จากการทำสมาธิและเห็นในนิมิตของผู้พิมพ์เอง  ถ้าท่านไม่เคยได้รับสัมผัสนี้มาก่อน กรุณาอย่ากล่าวดูหมิ่นแต่อย่างใด โปรดระงับสติไว้และยับยั้งความคิดอันสะเทือนต่อจิตของผู้พิมพ์ด้วยเถิดนะคะ  ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ  โมทนากุศลด้วยค่ะhttp://www.facebook.com/home.php?sk=group_109783405763524&id=119805314761333&ref=notif&notif_t=like#!/note.php?note_id=189215417766561

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อยากบอกอะไรก็บอกได้นะคะ