ณ
ห้องแถวเช่าหลังไม่ใหญ่มากหลังหนึ่งใน ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน
จ.เพชรบูรณ์ ครอบครัวเดี่ยวที่มีสมาชิกเพียง
พ่อ แม่และลูกสาววัย 2 ขวบครึ่งที่กำลังพูดเก่ง
อีกทั้งยังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น “การ์ตูน”
เป็นเด็กผู้หญิงคางแหลมๆ แขนขายาวเก้งก้างเพราะตัวผอม
สูง 90 ซม. ผิวขาวเหลือง
ผมเส้นเล็กสีน้ำตาลอ่อน ปากเล็ก แววตาอยากรู้อยากเห็นไปซะทุกเรื่อง
เธอเป็นเด็กที่หาความสุขจากสิ่งรอบตัว
แม้ว่าพ่อกับแม่ต่างก็ต้องทำงาน
ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียวจึงหาเพื่อนเล่นได้ยากนัก และเพื่อนวัยเดียวกันละแวกนั้นไม่มี
ในขณะที่คนอื่นไปโรงเรียนกันแล้ว แต่การ์ตูนยังต้องหาความรู้จากที่บ้านอยู่
วันหนึ่ง ขณะที่การ์ตูนกำลังเดินสำรวจไปรอบๆ บ้านเหมือนทุกวัน
ก็มีเสียงเรียกดังขึ้น
“นี่เธอ! เธอ! อยากไปเที่ยวกับฉันไหม” ชายนิรนามรูปร่างผอมจนหนังหุ้มกระดูก
ผิวสีเข้ม นุ่งห่มด้วยผ้าสีขาวขุ่นๆ
ราวกับสีผ้าดิบเปรอะฝุ่น
โพกหัวพันรอบยาวจรดปลายเท้า
ใบหน้าที่ผอมแห้ง ตาลึกโต จมูกแหลมยาวจนงุ้ม ปากเหยียดยิ้มพร้อมแววตาอ่อนโยนโน้มตัวเล็กน้อยลงมาตะโกนเรียกการ์ตูนเบาๆ การ์ตูนเดินเข้ามามองใกล้ๆ อย่างช้าๆ
จากหลังบ้านมาบริเวณกลางบ้าน แล้วมองชายริมกำแพงบ้านที่ยืนอยู่ เธอถามด้วยความสงสัยเพราะไม่เห็นใครอยู่บริเวณนั้น
อีกทั้งไม่คุ้นชินกับการเรียกเธอแบบนั้น “เรียกหนูเหรอคะ?”
พร้อมกับชี้เข้าหาที่หน้าตัวเอง รอคำตอบจากปากชายหนุ่มนั่น
ที่ดูเหมือนอายุน่าจะราวๆ 30 ปลายๆ ไปแล้ว
ชายคนนั้นพยักหน้ารับแล้วยิ้มพร้อมตอบ “ใช่สิ เรียกเธอนั่นล่ะ” ยิ่งให้เกิดความสงสัยต่อการ์ตูนเข้าไปอีกว่าทำไมชายคนนี้เรียกเธอทั้งๆ
ที่ไม่เคยเห็นหน้า
แล้วเข้ามาในบ้านได้อย่างไรในขณะที่แม่อยู่หน้าบ้าน
และพ่อเธอก็อยู่ในครัว “แล้วลุงเรียกหนูทำไมจ้ะ”
เธอถามด้วยความสงสัย ชายคนนั้นกล่าว “ฉันจะพาเธอไปเที่ยวเล่น
ที่บ้านเมืองฉัน เธออยากไปไหม”
ยังคงถามพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนเดิม
ด้วยความที่หนูน้อยไม่เคยไปไหนกับคนแปลกหน้า จึงถามกลับไปว่า “แล้ว....ลุงชื่ออะไรจ้ะ” “อ่อ...ไม่ต้องรู้ชื่อฉันหรอก
เรียกฉันว่าเพื่อนก็พอแล้ว เอ้า! พร้อมหรือยัง
พ่อแม่เธอไม่ว่าหรอก เดี๋ยวฉันพามาส่ง”
หลังจากได้ฟังคำตอบครั้งนี้ การ์ตูนยิ่งอยากรู้ว่าสถานที่นั้นเป็นอย่างไร
เหตุใดคนที่อยู่ตรงหน้าที่อ้างตัวเป็นเพื่อนใหม่จึงแต่งตัวราวกับผ้าห่มเช่นนี้ ใจหนึ่งก็กังวลว่าพ่อแม่จะตามหา ใจหนึ่งก็อยากรู้สลับกันไป เพื่อนใหม่เห็นสีหน้าหนูน้อยมีความกังวล
จึงย่อเข่าแล้วโน้มตัวมาด้านหน้าให้เสมอกับความสูงของการ์ตูน พร้อมกับกล่าวชวนเชื่อว่า “เอาอย่างนี้สิ! ถ้าเธอกลัว
ฉันจะผลักประตูให้เธอดูบ้านเมืองของฉันเสียก่อนจะก้าวขาเข้าไป” ทันทีที่จบคำ ชายหนุ่มก็ผลักกำแพงด้านข้างของบ้านออกไปราวกับเป็นประตูที่เธอไม่เคยสังเกตว่ามีมาก่อน
เมื่อประตูเปิดแง้มออกครึ่งบาน
ก็มีลมพัดเข้ามาปะทะหน้าของการ์ตูน
พร้อมทั้งแสงสีทองของแดดที่สว่างจ้าอยู่อีกฝั่งของประตู เธอเริ่มคุ่นคิดว่าควรจะก้าวเข้าไปดีหรือไม่ “ว่าอย่างไรล่ะเพื่อนของฉัน เธอจะไปเที่ยวกับฉันไหม เดี๋ยวเราค่อยกลับมาบ้านพร้อมกันนะ” การ์ตูนมองไปด้านในครัว
เห็นพ่อกำลังเจียวไข่ส่งกลิ่นหอม ก็คิดไปว่าใกล้เวลากินข้าวแล้ว คงไปเถลไถลไม่ได้แน่
และอาหารก็ใกล้เสร็จแล้ว พ่อก็จะตามมาหาเธอทันหากเธอยังไม่กลับเข้าบ้าน ชะเง้อมองไปทางหน้าบ้าน เห็นแม่กำลังขายแตงโมวุ่นวาย
พลางเท้าขวาก็ค่อยๆ ก้าวเข้าไปในประตูที่เพื่อนใหม่ต่างวัยได้เชื้อเชิญ
เมืองของชายนิรนามจะเป็นอย่างไร เพื่อนใหม่คนนี้จะดีจริงหรือไม่ และ
เมืองอีกฝั่งของประตูจะตื่นตาตื่นใจเพียงไรนะ คงต้องรอติดตามตอนต่อไป กับเมืองหลังกำแพงค่ะ