ที่ ๆ อยากระบายอะไรก็ระบาย อยากโพสต์อะไรก็โพสต์ ไม่สนใจใคร เพราะอยากเป็นที่ที่เราสามารถทำอะไรก็ได้ ที่ถูกต้อง ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนทั้งทางกายและจิตใจ ก็พอแล้วค่ะ
วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554
U4Toon: รับมาจากผู้ทรงศีล วันที่ 7-8 เมษายน 2554
U4Toon: รับมาจากผู้ทรงศีล วันที่ 7-8 เมษายน 2554: " เมื่อคืน (7 เมษายน 2554) เวลา 21.03 น. ผู้ทรงศีลที่เรานับถือที่ได้หายไปนานไม่ส่งจิตลงมาเลยตั้งแต่วันสแกนกรรมครั้งที่ 3 (22 มีนาค..."
รับมาจากผู้ทรงศีล วันที่ 7-8 เมษายน 2554
เมื่อคืน (7 เมษายน 2554) เวลา 21.03 น. ผู้ทรงศีลที่เรานับถือที่ได้หายไปนานไม่ส่งจิตลงมาเลยตั้งแต่วันสแกนกรรมครั้งที่ 3 (22 มีนาคม 2554) ที่ผ่านมา เมื่อคืนท่านส่งจิตมาบอกเตือนครูว่า
ปู่ "อย่าลืมภาพน้ำท่วมที่เห็นนะ อย่ามัวแต่จะ จะ จะ ไม่ทำเสียที จะเสียการ แล้วจะหาว่ากูบ่เตือน"
ครู "หมายความว่าจะเกิดแล้วหรือคะ?"
ปู่ "บ่เมินเท่าใดดอก แต่กูกะ (ก็) บอกมึงอยู่นี่อย่างไร ว่าสิ่งที่ให้เตรียม กะ (ก็)อย่าลืมเตรียมเด้อ หากมึงจักมองหาอาหาร กูจักบอกมึงว่าบ่ต้องรีบเตรียม หากมึงจักหาที่ไว้ช่วยตัว (เสื้อชูชีพ) กะบ่ต้องรีบนักหนา เพราะมึงจักบ่ถึงเพลาต้องว่ายน้ำ สิ่งที่พวกมึงจักต้องเตรียมกูจักบอกอยู่นี่ละว่า มึงจักต้องเตรียมสถานที่หนีน้ำ"
สามี "น้ำท่วมสูงหรือครับปู่?"
ปู่ "บ่ บ่สูงดอก เพียงแค่ที่มึงเห็นนั่นแล บ่สูงแต่จักมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ตะเข็บ ตะขาบอันตราย มาซุกซ่อนอยู่ในบ้าน เช่นนั้น พวกมึงจักต้องเตรียมนำของขึ้นที่สูงเกินกว่าที่มึงได้เห็นนั้นแล" (ภาพที่เห็นตามที่บอกในเรื่อง ถึงคิวแปดริ้วแล้ว)
ครู "แล้วหนูต้องทำยังไงบ้างคะปู่?"
ปู่ "สิ่งที่มึงต้องทำจากนี้คือ 1. มึงจักต้องหาไม้ต่อวางพื้นเอาไว้วางของหนีน้ำ"
สามี " ปู่ครับ ผมใช้เป็นอิฐบล็อกเลยได้ไม๊ครับ?”
ปู่ “บ่ดีดอกมึง ไอ้สิ่งนั้นน่ะมันซึมน้ำ มึงควรหาที่เป็นไม้ วางต่อ 2 ชั้น” (ท่านให้เห็นภาพเป็นไม้พาเลทวางซ้อนกัน)
“สิ่งที่ 2 คือ มึงจักต้องนำผ้าใบวางและนำกระสอบทรายทับเพื่อกันน้ำไว้ ให้ซึมเข้าบ้านน้อยที่สุด มีผ้าใบนี้จักช่วยให้สัตว์มีพิษแทรกเข้ามาลำบากขึ้นหลำ (มาก) , มึงจักต้องคอยดูตามเพลานี้คือ วันที่ 12 จักมา 1 ครา (ภาพที่เห็นคือ ฝนตกเบา ๆ)
วันที่ 17 อีกครา (ฝนตกเหมือนเดิม) วันที่ 23 อีกครา (ครั้งนี้เริ่มตกหนาเม็ดขึ้น พร้อมทั้งมีข่าวทางต่างประเทศด้วยเกี่ยวกับฝน โคลน) พอเข้าวันที่ 28 พวกมึงต้องตั้งเวลาตื่น”
สามี “แล้วจะเป็นช่วงไหนครับ?”
ปู่ “เพลามาก” (เราวิเคราะห์กันว่าห้าทุ่มกว่า คือ 23.00 น. เพราะถ้าเข้าเที่ยงคืนมันก็จะขึ้น 0.00 น.แล้ว)
สามี “งั้น นี่ก็เป็นข้อดีสิที่เรานอนดึกกัน”
ปู่ “บ่ คืนนั้นพวกมึงจักนอนหลับสลบไสลแต่หัววัน พวกมึงจึ่งต้องเตรียมจัดเวลาปลุกขึ้นมาให้ดี ๆ ผู้คนในวันเหล่านั้นจักหลับเป็นตายเช่นกัน เนื่องด้วยมัวแต่หลงมัวเมากับการสาดน้ำ แลดื่มกินนั้นแล จึ่งบ่ได้ทันระวังตนกัน จดจำไว้ให้ดี มิเช่นนั้นจักหาว่ากูบ่บอก”
สามี “ที่ผ่านมาปู่ไม่เคยบอกพวกเราเรื่องภัยพิบัติเลย นี่คงใกล้เกิดจริง ๆ”
ปู่ “ก็ก่อนหน้ามันมิใช่ธุระกงการอะไรของกู”
สามี “แล้วมันจะถึงสึนามิไม๊ครับ?”
ปู่ “ยังอีกเมินหลาย เมืองไทยจักยังบ่โดนดอก นี่กะเพียงแค่พสุธาหวั่นไหวเหมือนเล็บขบ มึงฮู้รึบ่?”
สามี “โห..ปู่ แค่เล็บขบมันขนาดไหนครับปู่”
ปู่ “กะแค่เล็บขบน่ะ มันสะเทือนเพียงนิดเท่านั้นแล พอล่ะ กูจักมีกิจต้องทำ จำไว้พสุธาจักหวั่นไหวเหมือนเล็บขบ”
แล้วข่าวตอนเช้าก็ออกว่า มี aftershock ที่ญี่ปุ่น 7.4 ริกเตอร์ บ้านเรา 3.4 ริกเตอร์ ไม่ใช่ว่าเกิดแล้วเพิ่งมาบอกนะคะ แต่เมื่อคืนนี้ไม่ไหวจริงๆ เพราะวันนี้ครูไปทำธุระแต่เช้าเลยต้องนอนเร็ว
แต่วันนี้ (8 เมษายน 2554) มีข่าวแล้ว ปู่มาอีกรอบนึงตอนประมาณบ่าย 2
ปู่ “กูจะไปเล่นโคลนแล้ว พวกมึงเคยเห็นโคลนแหวกรึบ่?”
เรา “หมายความว่าไงปู่” (เรา หมายถึง ครู สามี และ น้องคนนึงในทีมงานบ้านแสงแห่งธรรม พอดีวันนี้เรานัดเจอกัน)
ปู่ “กะจักถึงเพลาที่โคลนแหวกแล้ว” น้อง “โคลนถล่ม?”
ปู่ “แบบนั้นแล เล็กน้อย”
เรา “ที่ไหนคะ / ครับ?”
ปู่ “ใต้ตะวันออกกลาง เหนืออาคเนย์” (จริง ๆ ปู่บอกอาคเนย์ก่อน แล้วก็บอกว่าใต้ของตะวันออกกลาง)
เราไม่ทราบประเทศจึงถามว่าประเทศอะไร
ปู่ “กูกะบ่ฮู้ชื่อในเมืองมนุษย์ แต่แผ่นดินเป็นรูปนี้ (สีเหลี่ยมขนมเปียกปูน) มีชื่อ Emerald น่ะ ฮู้จักกันบ่ภาษาปะกิดน่ะ? (แหม..ปู่รู้จักใช้ภาษาอังกฤษด้วย 555) “มันเคยเป็นดินแดนปะการังศรีลังกา (ปู่ว่าเป็นประเทศที่เกี่ยวข้องกัน 2 ประเทศคือ ปากีสถาน กับ ศรีลังกา เราเลยตีความกันไม่ได้ ว่าจะไปดูในเน็ต ปู่เลยบอกว่า มันเป็นเบื้องหลัง พวกมึงบ่ฮู้ได้ดอก) ...ประเทศนี้เกี่ยวข้องกับอัญมณี มรกตนั่นละ บ่ได้ติดทะเล แต่มีทะเลสาบในแผ่นดิน มีสาหร่ายด้วย พวกมึงไปดูกันเถอะ กูกะบ่ฮู้ชื่อมัน” ปู่พูดต่อว่า “แลครานี้จักถึงคราที่มนุษย์จักกินลูกระเบิดกันล่ะ” (นี่เป็นอีกประเทศนึง อ้อ! มีคำว่า ดูไบ กับอัฟกาเข้ามาด้วย แต่เราต้องไปดูแผนที่ก่อน)
สามี “หา! หมายถึงบอมบ์เลยหรือครับปู่?”
ปู่ “บ่ มันมาเหมือนห่าฝนน่ะ (ท่านให้เห็นภาพผู้คนนั่งอยู่ แล้วมีกระสุนดำ ๆ สาดมาจากฟ้า เหมือนลงมาจากเครื่องบินแบบยิงปูพรม แล้วผู้คนก็ตกใจอ้าปาก) จากนั้นเมื่อผู้คนที่บ่ฮู้เรื่องอันใด กะจะกินระเบิดเมื่อนั้นละ คราต่อมากะจะเกิดโคลนเคลื่อนที่ พวกมึงไปดูนะตอนนี้ฝนมันกำลังตกอยู่ทุกวันอยู่ขณะนี้”
เรา “หน้าตาน่าจะเป็นพวกไหนหรือปู่?”
น้อง “พวกลิเบียรึป่าว?” (เราปรึกษากัน)
ปู่ “บ่ใช่ที่กำลังเป็นอยู่เน้อ ต้องเป็นเมืองที่ฝนมันตกอยู่ทุกวันเพลานี้ (ให้เห็นภาพเหมือนแขก แต่ขาวกว่า บางคนก็ผิวเหลือง เลยตัดทางประเทศแถบบ้านเราไป) “มึงดูนะ เวลา 17.23 เพลาหนึ่ง 19.43 อีกเพลาหนึ่ง”
ตอนปู่บอกเราก็เข้าใจว่าเป็นวันนี้แน่ ๆ แต่พอนั่งรถมา ตอนนั้นเราแยกกันแล้ว ครูนั่งอยู่กับสามีในรถ มีเสียงบอกว่า “วันปลอด” ซึ่งครูก็ไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไร แล้วท่านก็ให้เห็นภาพกลางคืนแต่สว่าง ครูเลยคิดว่าเป็นข้างขึ้นหรือเปล่า และคิดว่าต้องเป็นวันพระ ถ้าเช่นนั้นมันก็จะตรงกับวันที่ 11 รอบนึง และวันที่ 17 อีกรอบนึง แต่นี่คือความคิดของตัวเองนะ ยังไงก็ลองช่วย ๆ กันตีความกันนะ
***หมายเหตุ*** น้องทีมงานบ้านแสงที่ไปด้วย ถ้าอันไหนที่พี่จำได้ไม่หมด และไม่ได้โพสต์ไว้ช่วยเพิ่มเติมให้ด้วยนะคะ เพราะพี่ไม่อยากทำข้อมูลตกหล่น เพราะหากเกิดอะไรบ้างแล้วไม่โพสต์เดี๋ยวจะหาพิกัดกันไม่เจอ และที่พี่ไม่ได้เอ่ยชื่อเพราะไม่รู้ว่าจะยอมให้เปิดเผยตัวหรือเปล่าน่ะค่ะ ถ้าเผยได้หากมีข้อมูลเพิ่มก็ช่วยโพสต์ต่อให้ด้วยเลยนะคะ และถ้าไม่ได้ก็ส่งข้อความให้พี่ก็แล้วกันนะคะ
มีประเทศที่น่าเป็นไปได้อยู่บ้าง
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2 รัสเซีย เนื่องจาก เป็นประเทศที่มีทะเลสาป และประเทศก็เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีป่าดิบชื้นอเมซอน (ซึ่งก็น่าจะมีสาหร่าย)

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%81
สาธารณรัฐเช็ก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีทะเลสาป ไม่ติดทะเล และประเทศก็เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เช็กเป็นดินแดนที่ประกอบด้วย ที่ราบสูง พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าน้ำทะเล 200 เมตร นอกจากนั้นยังประกอบด้วย เนินเขา แม่น้ำรวมถึงทะเลสาบขนาดเล๊กๆอยู่ทั่วไป เช็กเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชหลายชนิด เพราะมีดินที่อุดมสมบูรณ์ มีอากาศแบบอบอุ่นภาคพื้นทวีป มีแร่ธาตุหลายชนิด แร่ที่สำคัญได้แก่ ถ่านหิน และ ยูเรเนียม ( ยูเรเนียม (อังกฤษ: Uranium) คือธาตุที่มีหมายเลขอะตอม 92 และสัญลักษณ์คือ U เป็นธาตุโลหะหนักกัมมันตรังสี ตามธรรมชาติมีลักษณะสีเงินวาว อยู่ในกลุ่มแอกทิไนด์ (actinide group) ไอโซโทป 235U ใช้เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และอาวุธนิวเคลียร์ ตามธรรมชาติพบยูเรเนียมในปริมาณเล็กน้อยในหิน ดิน น้ำ พืช และสัตว์ รวมทั้งมนุษย์ด้วย ครึ่งชีวิตของธาตุยูเรเนียมคือ 4,500 ล้านปี (U-238) อันนี้น่าคิดนะ เพราะว่าที่ญี่ปุ่นก็มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์
Luis Armstrong_what a wonderful world.mp3
ปู่ "อย่าลืมภาพน้ำท่วมที่เห็นนะ อย่ามัวแต่จะ จะ จะ ไม่ทำเสียที จะเสียการ แล้วจะหาว่ากูบ่เตือน"
ครู "หมายความว่าจะเกิดแล้วหรือคะ?"
ปู่ "บ่เมินเท่าใดดอก แต่กูกะ (ก็) บอกมึงอยู่นี่อย่างไร ว่าสิ่งที่ให้เตรียม กะ (ก็)อย่าลืมเตรียมเด้อ หากมึงจักมองหาอาหาร กูจักบอกมึงว่าบ่ต้องรีบเตรียม หากมึงจักหาที่ไว้ช่วยตัว (เสื้อชูชีพ) กะบ่ต้องรีบนักหนา เพราะมึงจักบ่ถึงเพลาต้องว่ายน้ำ สิ่งที่พวกมึงจักต้องเตรียมกูจักบอกอยู่นี่ละว่า มึงจักต้องเตรียมสถานที่หนีน้ำ"
สามี "น้ำท่วมสูงหรือครับปู่?"
ปู่ "บ่ บ่สูงดอก เพียงแค่ที่มึงเห็นนั่นแล บ่สูงแต่จักมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ตะเข็บ ตะขาบอันตราย มาซุกซ่อนอยู่ในบ้าน เช่นนั้น พวกมึงจักต้องเตรียมนำของขึ้นที่สูงเกินกว่าที่มึงได้เห็นนั้นแล" (ภาพที่เห็นตามที่บอกในเรื่อง ถึงคิวแปดริ้วแล้ว)
ครู "แล้วหนูต้องทำยังไงบ้างคะปู่?"
ปู่ "สิ่งที่มึงต้องทำจากนี้คือ 1. มึงจักต้องหาไม้ต่อวางพื้นเอาไว้วางของหนีน้ำ"
สามี " ปู่ครับ ผมใช้เป็นอิฐบล็อกเลยได้ไม๊ครับ?”
ปู่ “บ่ดีดอกมึง ไอ้สิ่งนั้นน่ะมันซึมน้ำ มึงควรหาที่เป็นไม้ วางต่อ 2 ชั้น” (ท่านให้เห็นภาพเป็นไม้พาเลทวางซ้อนกัน)
“สิ่งที่ 2 คือ มึงจักต้องนำผ้าใบวางและนำกระสอบทรายทับเพื่อกันน้ำไว้ ให้ซึมเข้าบ้านน้อยที่สุด มีผ้าใบนี้จักช่วยให้สัตว์มีพิษแทรกเข้ามาลำบากขึ้นหลำ (มาก) , มึงจักต้องคอยดูตามเพลานี้คือ วันที่ 12 จักมา 1 ครา (ภาพที่เห็นคือ ฝนตกเบา ๆ)
วันที่ 17 อีกครา (ฝนตกเหมือนเดิม) วันที่ 23 อีกครา (ครั้งนี้เริ่มตกหนาเม็ดขึ้น พร้อมทั้งมีข่าวทางต่างประเทศด้วยเกี่ยวกับฝน โคลน) พอเข้าวันที่ 28 พวกมึงต้องตั้งเวลาตื่น”
สามี “แล้วจะเป็นช่วงไหนครับ?”
ปู่ “เพลามาก” (เราวิเคราะห์กันว่าห้าทุ่มกว่า คือ 23.00 น. เพราะถ้าเข้าเที่ยงคืนมันก็จะขึ้น 0.00 น.แล้ว)
สามี “งั้น นี่ก็เป็นข้อดีสิที่เรานอนดึกกัน”
ปู่ “บ่ คืนนั้นพวกมึงจักนอนหลับสลบไสลแต่หัววัน พวกมึงจึ่งต้องเตรียมจัดเวลาปลุกขึ้นมาให้ดี ๆ ผู้คนในวันเหล่านั้นจักหลับเป็นตายเช่นกัน เนื่องด้วยมัวแต่หลงมัวเมากับการสาดน้ำ แลดื่มกินนั้นแล จึ่งบ่ได้ทันระวังตนกัน จดจำไว้ให้ดี มิเช่นนั้นจักหาว่ากูบ่บอก”
สามี “ที่ผ่านมาปู่ไม่เคยบอกพวกเราเรื่องภัยพิบัติเลย นี่คงใกล้เกิดจริง ๆ”
ปู่ “ก็ก่อนหน้ามันมิใช่ธุระกงการอะไรของกู”
สามี “แล้วมันจะถึงสึนามิไม๊ครับ?”
ปู่ “ยังอีกเมินหลาย เมืองไทยจักยังบ่โดนดอก นี่กะเพียงแค่พสุธาหวั่นไหวเหมือนเล็บขบ มึงฮู้รึบ่?”
สามี “โห..ปู่ แค่เล็บขบมันขนาดไหนครับปู่”
ปู่ “กะแค่เล็บขบน่ะ มันสะเทือนเพียงนิดเท่านั้นแล พอล่ะ กูจักมีกิจต้องทำ จำไว้พสุธาจักหวั่นไหวเหมือนเล็บขบ”
แล้วข่าวตอนเช้าก็ออกว่า มี aftershock ที่ญี่ปุ่น 7.4 ริกเตอร์ บ้านเรา 3.4 ริกเตอร์ ไม่ใช่ว่าเกิดแล้วเพิ่งมาบอกนะคะ แต่เมื่อคืนนี้ไม่ไหวจริงๆ เพราะวันนี้ครูไปทำธุระแต่เช้าเลยต้องนอนเร็ว
แต่วันนี้ (8 เมษายน 2554) มีข่าวแล้ว ปู่มาอีกรอบนึงตอนประมาณบ่าย 2
ปู่ “กูจะไปเล่นโคลนแล้ว พวกมึงเคยเห็นโคลนแหวกรึบ่?”
เรา “หมายความว่าไงปู่” (เรา หมายถึง ครู สามี และ น้องคนนึงในทีมงานบ้านแสงแห่งธรรม พอดีวันนี้เรานัดเจอกัน)
ปู่ “กะจักถึงเพลาที่โคลนแหวกแล้ว” น้อง “โคลนถล่ม?”
ปู่ “แบบนั้นแล เล็กน้อย”
เรา “ที่ไหนคะ / ครับ?”
ปู่ “ใต้ตะวันออกกลาง เหนืออาคเนย์” (จริง ๆ ปู่บอกอาคเนย์ก่อน แล้วก็บอกว่าใต้ของตะวันออกกลาง)
เราไม่ทราบประเทศจึงถามว่าประเทศอะไร
ปู่ “กูกะบ่ฮู้ชื่อในเมืองมนุษย์ แต่แผ่นดินเป็นรูปนี้ (สีเหลี่ยมขนมเปียกปูน) มีชื่อ Emerald น่ะ ฮู้จักกันบ่ภาษาปะกิดน่ะ? (แหม..ปู่รู้จักใช้ภาษาอังกฤษด้วย 555) “มันเคยเป็นดินแดนปะการังศรีลังกา (ปู่ว่าเป็นประเทศที่เกี่ยวข้องกัน 2 ประเทศคือ ปากีสถาน กับ ศรีลังกา เราเลยตีความกันไม่ได้ ว่าจะไปดูในเน็ต ปู่เลยบอกว่า มันเป็นเบื้องหลัง พวกมึงบ่ฮู้ได้ดอก) ...ประเทศนี้เกี่ยวข้องกับอัญมณี มรกตนั่นละ บ่ได้ติดทะเล แต่มีทะเลสาบในแผ่นดิน มีสาหร่ายด้วย พวกมึงไปดูกันเถอะ กูกะบ่ฮู้ชื่อมัน” ปู่พูดต่อว่า “แลครานี้จักถึงคราที่มนุษย์จักกินลูกระเบิดกันล่ะ” (นี่เป็นอีกประเทศนึง อ้อ! มีคำว่า ดูไบ กับอัฟกาเข้ามาด้วย แต่เราต้องไปดูแผนที่ก่อน)
สามี “หา! หมายถึงบอมบ์เลยหรือครับปู่?”
ปู่ “บ่ มันมาเหมือนห่าฝนน่ะ (ท่านให้เห็นภาพผู้คนนั่งอยู่ แล้วมีกระสุนดำ ๆ สาดมาจากฟ้า เหมือนลงมาจากเครื่องบินแบบยิงปูพรม แล้วผู้คนก็ตกใจอ้าปาก) จากนั้นเมื่อผู้คนที่บ่ฮู้เรื่องอันใด กะจะกินระเบิดเมื่อนั้นละ คราต่อมากะจะเกิดโคลนเคลื่อนที่ พวกมึงไปดูนะตอนนี้ฝนมันกำลังตกอยู่ทุกวันอยู่ขณะนี้”
เรา “หน้าตาน่าจะเป็นพวกไหนหรือปู่?”
น้อง “พวกลิเบียรึป่าว?” (เราปรึกษากัน)
ปู่ “บ่ใช่ที่กำลังเป็นอยู่เน้อ ต้องเป็นเมืองที่ฝนมันตกอยู่ทุกวันเพลานี้ (ให้เห็นภาพเหมือนแขก แต่ขาวกว่า บางคนก็ผิวเหลือง เลยตัดทางประเทศแถบบ้านเราไป) “มึงดูนะ เวลา 17.23 เพลาหนึ่ง 19.43 อีกเพลาหนึ่ง”
ตอนปู่บอกเราก็เข้าใจว่าเป็นวันนี้แน่ ๆ แต่พอนั่งรถมา ตอนนั้นเราแยกกันแล้ว ครูนั่งอยู่กับสามีในรถ มีเสียงบอกว่า “วันปลอด” ซึ่งครูก็ไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไร แล้วท่านก็ให้เห็นภาพกลางคืนแต่สว่าง ครูเลยคิดว่าเป็นข้างขึ้นหรือเปล่า และคิดว่าต้องเป็นวันพระ ถ้าเช่นนั้นมันก็จะตรงกับวันที่ 11 รอบนึง และวันที่ 17 อีกรอบนึง แต่นี่คือความคิดของตัวเองนะ ยังไงก็ลองช่วย ๆ กันตีความกันนะ
***หมายเหตุ*** น้องทีมงานบ้านแสงที่ไปด้วย ถ้าอันไหนที่พี่จำได้ไม่หมด และไม่ได้โพสต์ไว้ช่วยเพิ่มเติมให้ด้วยนะคะ เพราะพี่ไม่อยากทำข้อมูลตกหล่น เพราะหากเกิดอะไรบ้างแล้วไม่โพสต์เดี๋ยวจะหาพิกัดกันไม่เจอ และที่พี่ไม่ได้เอ่ยชื่อเพราะไม่รู้ว่าจะยอมให้เปิดเผยตัวหรือเปล่าน่ะค่ะ ถ้าเผยได้หากมีข้อมูลเพิ่มก็ช่วยโพสต์ต่อให้ด้วยเลยนะคะ และถ้าไม่ได้ก็ส่งข้อความให้พี่ก็แล้วกันนะคะ
มีประเทศที่น่าเป็นไปได้อยู่บ้าง
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2 รัสเซีย เนื่องจาก เป็นประเทศที่มีทะเลสาป และประเทศก็เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีป่าดิบชื้นอเมซอน (ซึ่งก็น่าจะมีสาหร่าย)
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%81
สาธารณรัฐเช็ก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีทะเลสาป ไม่ติดทะเล และประเทศก็เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เช็กเป็นดินแดนที่ประกอบด้วย ที่ราบสูง พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าน้ำทะเล 200 เมตร นอกจากนั้นยังประกอบด้วย เนินเขา แม่น้ำรวมถึงทะเลสาบขนาดเล๊กๆอยู่ทั่วไป เช็กเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชหลายชนิด เพราะมีดินที่อุดมสมบูรณ์ มีอากาศแบบอบอุ่นภาคพื้นทวีป มีแร่ธาตุหลายชนิด แร่ที่สำคัญได้แก่ ถ่านหิน และ ยูเรเนียม ( ยูเรเนียม (อังกฤษ: Uranium) คือธาตุที่มีหมายเลขอะตอม 92 และสัญลักษณ์คือ U เป็นธาตุโลหะหนักกัมมันตรังสี ตามธรรมชาติมีลักษณะสีเงินวาว อยู่ในกลุ่มแอกทิไนด์ (actinide group) ไอโซโทป 235U ใช้เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และอาวุธนิวเคลียร์ ตามธรรมชาติพบยูเรเนียมในปริมาณเล็กน้อยในหิน ดิน น้ำ พืช และสัตว์ รวมทั้งมนุษย์ด้วย ครึ่งชีวิตของธาตุยูเรเนียมคือ 4,500 ล้านปี (U-238) อันนี้น่าคิดนะ เพราะว่าที่ญี่ปุ่นก็มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2 
ประเทศมองโกเลีย (อังกฤษ: Mongolia; มองโกเลีย: Монгол Улс) เป็นประเทศในทวีปเอเชียที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกรองจากประเทศคาซัคสถาน มีพรมแดนทางเหนือติดกับประเทศรัสเซีย และทางใต้ติดกับประเทศจีน มีพื้นที่ที่สามารถใช้สำหรับการเกษตรได้น้อยกว่าร้อยละหนึ่งวันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554
U4Toon: โกกินวดขายายตอนสองขวบ
U4Toon: โกกินวดขายายตอนสองขวบ: "http://www.youtube.com/watch?v=RI7wC8rzew4"
วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554
U4Toon: เราจะทำยังไง? ไปดูกันนะ
U4Toon: เราจะทำยังไง? ไปดูกันนะ: "ไปดูกันเยอะ ๆ นะคะ นอนไม่หลับ ตื่นมานั่งทำตั้งแต่ตีสอง ยันหกโมงครึ่ง ทำไม่คล่องเลยช้า อย่าลืมดูนะคะ"
เราจะทำยังไง? ไปดูกันนะ
ไปดูกันเยอะ ๆ นะคะ นอนไม่หลับ ตื่นมานั่งทำตั้งแต่ตีสอง ยันหกโมงครึ่ง ทำไม่คล่องเลยช้า อย่าลืมดูนะคะ
วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554
สาส์นล่าสุด ถึงคิวฉะเชิงเทราแล้วจ้า
หลังจากได้รับสาส์นจากสถานที่ตรงนั้นตรงนี้มานาน วันนี้ตอนสิบโมงกว่า มีสัญญาณภาพมารวมทั้งได้รับสัมผัสมาว่า น้ำท่วมจนถึงเหนือข้อเท้า เราเดินลุยน้ำมากับลูกสาว น้ำมาเต็มถนนเลยตอนที่เห็น ส่วนเรื่องของสภาพโดยรวมที่มองเห็น เราเพ่งจิตถามถึงสถานที่ต่าง ๆ ได้ความดังนี้
หมู่บ้านตรงโสธร ตรงข้าม ม.ราชภัฎ แห้ง ไม่ท่วม
อ.พนมสารคาม มีน้ำขังแฉะ เจิ่งนอง ไม่ท่วม มีเพียงแถว ๆ ตรอกขนุน ที่มีน้ำท่วมในป่า หรือบริเวณที่เป็นท้องนาบ้าง (ถึงหัวเข่า)
อ.บางคล้า มีฝนตกค่อนข้างหนัก ต่อเนื่อง ๓-๔ วัน แต่ไม่ท่วมหมด มีบริเวณทางเข้าจากถนนใหญ่ สายนอก ที่จะไปพนม เข้าไปเกือบถึงเมืองบางคล้า จะมีน้ำท่วมขังบนถนน และตรงศาลกลางเมืองไม่ท่วม แต่บ้านรอบ ๆ มีน้ำท่วมเข้าในตัวบ้าน ไม่รุนแรงนัก
อ.บางน้ำเปรี้ยว เห็นน้ำเป็นแอ่ง เวิ้งกว้าง ตรงพื้นที่ว่างที่หนึ่ง มีอาคารสูงล้อมรอบ กับบริเวณหน้า รร. อะไรไม่ทราบ หากหันหน้าเข้า รร. จะเห็นตึกขาว ๆ อยู่ด้านซ้าย และมีแยกรถวิ่ง มองเหมือน ๓ แยก แต่มีซอยเล็กด้วย เป็นที่ที่มีคนขายของตอนเย็น ๆ ด้วย ที่นั่นไม่ท่วมบ้านคน แต่ท่วมพื้นที่ขายของ เหมือนเป็นที่สำหรับขายของตลาดนัด (ประมาณนั้น) เพราะไม่รู้จัก
ต.ท่าไข่ ในหมู่บ้านอัจฉรา น้ำท่วมถนน ขึ้นมาถึงเหนือข้อเท้า น้ำมาตอนเช้า เกือบหกโมง
ตอนนี้ที่บ้านเลยเตรียมการไว้ สำหรับเรื่องของปลั๊กไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ รวมทั้งของใช้จำเป็น พรุ่งนี้จะเตรียมใส่กระเป๋าและวางไว้ในที่หยิบได้สะดวก เงินก็จะเตรียมไว้ แม้จะไม่สูงมาก แต่เห็นความเสียหายที่เกิดทางภาคใต้แล้ว ไม่อยากให้วัวหายล้อมคอก
ให้ทุกคนปลอดภัยจากสัตว์มีพิษที่มากับน้ำนะคะ
หมู่บ้านตรงโสธร ตรงข้าม ม.ราชภัฎ แห้ง ไม่ท่วม
อ.พนมสารคาม มีน้ำขังแฉะ เจิ่งนอง ไม่ท่วม มีเพียงแถว ๆ ตรอกขนุน ที่มีน้ำท่วมในป่า หรือบริเวณที่เป็นท้องนาบ้าง (ถึงหัวเข่า)
อ.บางคล้า มีฝนตกค่อนข้างหนัก ต่อเนื่อง ๓-๔ วัน แต่ไม่ท่วมหมด มีบริเวณทางเข้าจากถนนใหญ่ สายนอก ที่จะไปพนม เข้าไปเกือบถึงเมืองบางคล้า จะมีน้ำท่วมขังบนถนน และตรงศาลกลางเมืองไม่ท่วม แต่บ้านรอบ ๆ มีน้ำท่วมเข้าในตัวบ้าน ไม่รุนแรงนัก
อ.บางน้ำเปรี้ยว เห็นน้ำเป็นแอ่ง เวิ้งกว้าง ตรงพื้นที่ว่างที่หนึ่ง มีอาคารสูงล้อมรอบ กับบริเวณหน้า รร. อะไรไม่ทราบ หากหันหน้าเข้า รร. จะเห็นตึกขาว ๆ อยู่ด้านซ้าย และมีแยกรถวิ่ง มองเหมือน ๓ แยก แต่มีซอยเล็กด้วย เป็นที่ที่มีคนขายของตอนเย็น ๆ ด้วย ที่นั่นไม่ท่วมบ้านคน แต่ท่วมพื้นที่ขายของ เหมือนเป็นที่สำหรับขายของตลาดนัด (ประมาณนั้น) เพราะไม่รู้จัก
ต.ท่าไข่ ในหมู่บ้านอัจฉรา น้ำท่วมถนน ขึ้นมาถึงเหนือข้อเท้า น้ำมาตอนเช้า เกือบหกโมง
ตอนนี้ที่บ้านเลยเตรียมการไว้ สำหรับเรื่องของปลั๊กไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ รวมทั้งของใช้จำเป็น พรุ่งนี้จะเตรียมใส่กระเป๋าและวางไว้ในที่หยิบได้สะดวก เงินก็จะเตรียมไว้ แม้จะไม่สูงมาก แต่เห็นความเสียหายที่เกิดทางภาคใต้แล้ว ไม่อยากให้วัวหายล้อมคอก
ให้ทุกคนปลอดภัยจากสัตว์มีพิษที่มากับน้ำนะคะ
วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554
U4Toon: เวิ่นเว้อ เพ้อเจ้อ แต่ดันเกิด
U4Toon: เวิ่นเว้อ เพ้อเจ้อ แต่ดันเกิด: "ต้องขอโทษนะคะ ที่ความเวิ่นเว้อของครู พูดจาออกไป โพสต์ไปเหมือนทำนาย แต่ครูได้รับสาส์นนั้นมาจริง ๆ แล้วถ้าบังเอิญตรง ครูต้องขอโทษนะคะเพราะครูไ..."
เวิ่นเว้อ เพ้อเจ้อ แต่ดันเกิด
ต้องขอโทษนะคะ ที่ความเวิ่นเว้อของครู พูดจาออกไป โพสต์ไปเหมือนทำนาย แต่ครูได้รับสาส์นนั้นมาจริง ๆ แล้วถ้าบังเอิญตรง ครูต้องขอโทษนะคะเพราะครูไม่มีฤทธิ์อำนาจไปทำ ธรรมชาติเค้าอยู่ของเค้ามาก่อน เราก็เกิดมาเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเท่านั้นเอง ถ้าเราอยู่ป่าไม่ได้เราก็เป็นมิตรกับเค้าให้มากที่สุด กลมกลืนกับเค้า แล้วเราจะสังเกตุสัญญาณจากธรรมชาติได้ คอยรักเค้า ดูแลเค้า แล้วเค้าจะรักเรา ยอมให้เราอยู่ร่วมด้วย เค้าจะรักษาเยียวยาเราค่ะ ขอให้ทุกคนปลอดภัยhttp://www.facebook.com/note.php?created&¬e_id=200236886664414#!/notes/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%AD-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%AD-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94/200236886664414
ที่เคยโพสต์ไว้ว่า ตั้งแต่ 8 ก.พ. -19 มี.ค ให้ระวังเรื่องภัยทางน้ำ แล้วมีคนมาต่อต้านผ่านคลิปว่า "ไม่มีทางเกิด" คลิปนี้ออกมาได้วันเดียว ก็เกิดสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น
ส่วนวันที่ 20-28 มี.ค. ระวังเรื่องภูเขา กับที่สูงนั้น เมื่อวานก็เพิ่งมีคลิปออกมาว่า "ไม่มีทางเป็นจริง เราแยกฝันกับนิมิตไม่ออก มันเกิดไม่ได้หรอก เป็นไปไม่ได้" พูดเมื่อวาน วันนี้ก็เกิดแผ่นดินไหวที่บ้านเรา จ.เชียงราย นี่เอง นี่ก็วันเดียวหลังจากมีคลิปเช่นกัน
เราอยากบอกว่า สิ่งที่เราออกมาโพสต์นั้นเป็นสาส์นที่ได้รับมาจริง แต่ไม่ได้ให้คนเชื่อ ไม่ได้มอมเมา แต่ต้องการให้รู้ตื่น รู้ระวังตนเอาไว้เสมอนะค่ะ มันเท่านั้นเองจริง ๆ เราไม่เคยบอกว่าเป็นผู้วิเศษ แต่จะบอกเสมอว่าตนเองว่าง ไม่มีอะไรเลย เมื่อไม่มีอะไร เค้าก็เลยเอาข้อมูลมาเทใส่ เราก็กลัวล้น ก็เลยต้องเทออกผ่านการโพสต์ พูด เหมือนลำโพง ส่วนจะกระจายไปถึงไหน เค้าก็ไปของเค้าเอง
แต่ต้องขอบคุณคลิปนะคะ ที่ทำให้เรารู้ว่า ถ้าต่อไปเราโพสต์สาส์นอะไรอีก แล้วมีคลิปต้าน ไม่นานเรื่องคงเกิด ขอบคุณค่ะ ขอพระเจ้าทรงสถิตย์และอวยพระพร ให้จิตวิญญาณที่ถูกมารหรือซาตานครอบงำ ได้หลุดพ้นเสียที ขอบคุณพระเจ้าค่ะ
http://www.thairath.co.th/content/region/158542
ที่เคยโพสต์ไว้ว่า ตั้งแต่ 8 ก.พ. -19 มี.ค ให้ระวังเรื่องภัยทางน้ำ แล้วมีคนมาต่อต้านผ่านคลิปว่า "ไม่มีทางเกิด" คลิปนี้ออกมาได้วันเดียว ก็เกิดสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น
ส่วนวันที่ 20-28 มี.ค. ระวังเรื่องภูเขา กับที่สูงนั้น เมื่อวานก็เพิ่งมีคลิปออกมาว่า "ไม่มีทางเป็นจริง เราแยกฝันกับนิมิตไม่ออก มันเกิดไม่ได้หรอก เป็นไปไม่ได้" พูดเมื่อวาน วันนี้ก็เกิดแผ่นดินไหวที่บ้านเรา จ.เชียงราย นี่เอง นี่ก็วันเดียวหลังจากมีคลิปเช่นกัน
เราอยากบอกว่า สิ่งที่เราออกมาโพสต์นั้นเป็นสาส์นที่ได้รับมาจริง แต่ไม่ได้ให้คนเชื่อ ไม่ได้มอมเมา แต่ต้องการให้รู้ตื่น รู้ระวังตนเอาไว้เสมอนะค่ะ มันเท่านั้นเองจริง ๆ เราไม่เคยบอกว่าเป็นผู้วิเศษ แต่จะบอกเสมอว่าตนเองว่าง ไม่มีอะไรเลย เมื่อไม่มีอะไร เค้าก็เลยเอาข้อมูลมาเทใส่ เราก็กลัวล้น ก็เลยต้องเทออกผ่านการโพสต์ พูด เหมือนลำโพง ส่วนจะกระจายไปถึงไหน เค้าก็ไปของเค้าเอง
แต่ต้องขอบคุณคลิปนะคะ ที่ทำให้เรารู้ว่า ถ้าต่อไปเราโพสต์สาส์นอะไรอีก แล้วมีคลิปต้าน ไม่นานเรื่องคงเกิด ขอบคุณค่ะ ขอพระเจ้าทรงสถิตย์และอวยพระพร ให้จิตวิญญาณที่ถูกมารหรือซาตานครอบงำ ได้หลุดพ้นเสียที ขอบคุณพระเจ้าค่ะ
http://www.thairath.co.th/content/region/158542
วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554
เงินหาย ไม่น้อยเลย หดหู่ใจ
ที่หายไป ไปหาเงิน ทำกระเป๋าหาย 7,000 บาท อยู่ในนั้น ดี คงฟาดเคราะห์ ไม่มีตังค์เหลือแล้ว ไม่สอนพิเศษ เด็กไม่ให้เงินค่าเรียน ค่าของที่ซื้อก็เงินเชื่อ แล้วตังค์หายอีก ถ้าเรียกว่าฟาดเคราะห์ คงเป็นเคราะห์ที่แรงมาก ไอ้เงินหายไม่เครียดเท่าถูกซ้ำเติม ใครจะอยากให้หายล่ะ อยากร้องไห้ ก็ร้องไม่ออก เพราะรู้ว่าร้องไปก็ไม่มีใครปลอบ ถ้านี่เป็นการทดสอบของเบื้องบน มันแรงแล้ว เรื่องเงินไม่มีไม่ว่า แต่ถูกว่า มันเก็บกด เพราะร้องไม่ได้ จะระวังมากกว่านี้ อาจเป็นระแวงก็ได้ ยอมรับว่าไม่มีสติตอนนั้นเพราะกลัวสุนัขกัดลูก กับคนสติไม่ดีที่ชอบไล่ตีคนอื่น อืมม์...http://www.facebook.com/home.php?sk=mynotes#!/note.php?note_id=198560440165392
แปลสาส์นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเดือนมีนาคม 2554
สิ่งที่จะเกิดประจำเดือนมีนาคม 2554 (ได้รับมาเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2554 แต่ไม่มีเวลาพิมพ์ ต้องขออภัยที่ล่าช้า หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดไปแล้วก็ขออภัยอีกครั้งนะคะ)
จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่าน ในช่วงเวลาไม่นานนักได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะจากธรรมชาติ หรือจากความอำมหิตของจิตมนุษย์ ฆ่าแกงกันประหัตประหารการดุจดั่งมิใช่คน นอกลู่นอกทางจากทางที่พระองค์ได้วางไว้ กระทำการชั่วร้ายโดยปราศจากการระลึกถึงพระเจ้า กระทำสิ่งชั่วกันเองดุจดั่งต้องคำสาปของซาตาน และมารร้าย แต่หาใช่เกิดจากคำสาปเหล่านั้นไม่ พวกเจ้าเองต่างหากที่ก่อขึ้นเอง พวกเจ้าต่างหากที่ก่อมารและซาตานขึ้นในใจพวกเจ้าเอง
ดีล่ะ จากนี้ไปพวกเจ้าจักได้รับรู้ว่าเบื้องบน ที่อยู่เบื้องใต้จากพระองค์อีกชั้นหนึ่ง จะเริ่มกระทำการใดต่อมนุษย์บ้าง ให้พวกเจ้าดูว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 30 ราตรีล่วงมาก่อนหน้าแล้วนั้น จักมิเกิดในช่วงเวลาต้นของ 10-15 ราตรีแรก พวกเจ้าอาจรู้สึกไปเองว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งจากจิตมนุษย์ หรือ เหตุการณ์ภัยพิบัติที่เพิ่งเกิดขึ้นจักมิเกิดอีก เพราะพวกเจ้าจักอยู่ในความสงบชั่วระยะเวลาไม่นานนัก แต่เมื่อย่างเข้าวันที่ 17-18 มาถึง ตามปฏิทินโลก เหตุการณ์ต่าง ๆ จักเริ่มปะทุหนักขึ้น และพวกข้า (เบื้องบน) ทั้งคณะ จักช่วยกันโหมให้หนัก เมื่อย่างเข้าสู่วันที่ 22 เป็นต้นไป ทุกอย่างจักเริ่มเข้าที่เข้าทางที่พวกข้าวางเอาไว้แล้วก่อนหน้า จะเริ่มต้นจากวาตภัยจักเข้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้น จักเกิดอุทกภัยไหลลู่ลงสู่เบื้องขวา โดยมีทิศทางเริ่มต้น ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไหลทแยงมุม ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อนหน้านั้นจักมีสัญญาณเกี่ยวกับลมให้ระวังกันก่อนหน้า 3 ราตรี เกิดเพลิงไหม้ แม้ไม่ใหญ่มาก แต่ให้รู้ว่านี่เป็นสัญญาณว่าจักเกิดภัยพิบัติเยี่ยงนี้ หากพวกเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง สัตว์ที่เคยใช้งาน เช่น โค กระบือ จะเริ่มมีพละกำลังมากขึ้น พวกมันจะเริ่มดื้อดึงต่อการปฏิบัติต่อพวกมันของมนุษย์ (เราจะคาดไม่ถึงว่าสัตว์ที่เราเคยบังคับใช้งานได้ กลับดื้อกับเรามาก) ตึกรามบ้านช่องจะเริ่มมีข่าวประกาศว่าเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ จิตมนุษย์ก็ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ๆ กลุ่มผู้ขัดแย้งกันอยู่ก่อนหน้าแล้ว จะเริ่มตั้งหน้าประท้วง เดินหน้าเต็มกำลังอีกระลอก ช่วงเวลาเดียวกันนั้น จักเริ่มมีข่าวเกี่ยวกับหิน หรือการพบซากบางอย่างที่หิน ผู้คนจะหันไปสนใจเรื่องนี้เพียงประเดี๋ยว ในขณะที่ทางตะวันออกไกลนั้นครั้งนี้จักกวาดพวกผู้บริสุทธิ์ทางการประท้วงไปด้วย (พวกที่ไม่ได้ร่วม แต่อยู่บริเวณประท้วง) และกวาดล้างกลุ่มที่สร้างความเดือดร้อนทิ้งไป การประท้วงจักเกิดไปแทบทุกหย่อมหญ้าอย่างน่าเศร้าใจยิ่ง ผู้คนจักล้มตายอย่างหน้าสลด แม้พวกข้าจักต้องทำการด้วยความเสียใจและไม่มีจิตต้องการที่จะจัดการเยี่ยงนั้นสักเพียงไรก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการปฏิบัติตามแบบรูปแบบที่เคยลงรายละเอียดไว้ก่อนล่วงหน้าไม่ แม้สิ่งที่สำคัญเป็นหลักใหญ่นั้น (ปัจจัยหลัก) คือจิตของพวกเจ้าก็ตาม พวกเจ้าก็ไม่สามารถปฏิบัติการยกระดับจิตตนให้สูงขึ้นได้ด้วยตนเอง
ช่วงวันที่ 28 เป็นต้นไป จักเริ่มสำแดงข่าวการจับได้เกี่ยวกับรถหายอย่างต่อเนื่อง 2-3 วัน (ช่วงนั้นต้องระวังรถหายด้วยนะคะ) สิ้นสุดเดือนนี้ก็ให้พวกเจ้ารับทราบทั่วกันเถิดว่า จากนี้ไป จักประสบสิ่งร้ายเพิ่มเติม จนเห็นเป็นสิ่งปกติประจำขึ้นอย่างมาก (ข้างบนจะจัดการนั่นเองค่ะ) พวกข้าขอให้พระเจ้าอวยพรพวกเจ้า จงอยู่รอดด้วยจิตสงบ อย่าโศก อย่าตระหนกเมื่อเกิดเหตุหรือเพียงได้ฟังข่าวมาเท่านั้น จงยกระดับจิตให้ได้เร็วที่สุด ขออวยพร
ขอขอบคุณ คุณอุตตา ผู้รับสาส์น และส่งผ่าน
ครูตูน ผู้แปล
**หมายเหตุ** ผู้ที่เข้ามาอ่านสาส์นแปลนี้แล้ว ให้ทราบว่าเป็นสาส์นส่งผ่าน หากท่านไม่เห็นว่าถูกใจ หรือไม่ตรงกับใจ เห็นว่าผู้รับและแปลไม่มีมูลหรือพื้นความรู้ ก็ต้องขอบอกว่าไม่มีพื้นความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรื่องนี้จริง ๆ (ยิ่งจากการอ่าน ไม่มีเลย หมายถึงครูคนเดียวนะคะ ผู้รับสาส์นมา (คุณอุตตา) ครูไม่ทราบค่ะ) สิ่งที่คอยรับ ส่ง แปล และแจ้งออกไป เป็นการรับมาและส่งผ่านไปเท่านั้น หากไม่ถูกใจท่านใด ขอความกรุณาอย่าโพสต์ด่าว่าเสียหายนะคะ ขอบพระคุณค่ะhttp://www.facebook.com/?sk=2347471856#!/note.php?note_id=196282767059826
จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่าน ในช่วงเวลาไม่นานนักได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะจากธรรมชาติ หรือจากความอำมหิตของจิตมนุษย์ ฆ่าแกงกันประหัตประหารการดุจดั่งมิใช่คน นอกลู่นอกทางจากทางที่พระองค์ได้วางไว้ กระทำการชั่วร้ายโดยปราศจากการระลึกถึงพระเจ้า กระทำสิ่งชั่วกันเองดุจดั่งต้องคำสาปของซาตาน และมารร้าย แต่หาใช่เกิดจากคำสาปเหล่านั้นไม่ พวกเจ้าเองต่างหากที่ก่อขึ้นเอง พวกเจ้าต่างหากที่ก่อมารและซาตานขึ้นในใจพวกเจ้าเอง
ดีล่ะ จากนี้ไปพวกเจ้าจักได้รับรู้ว่าเบื้องบน ที่อยู่เบื้องใต้จากพระองค์อีกชั้นหนึ่ง จะเริ่มกระทำการใดต่อมนุษย์บ้าง ให้พวกเจ้าดูว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 30 ราตรีล่วงมาก่อนหน้าแล้วนั้น จักมิเกิดในช่วงเวลาต้นของ 10-15 ราตรีแรก พวกเจ้าอาจรู้สึกไปเองว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งจากจิตมนุษย์ หรือ เหตุการณ์ภัยพิบัติที่เพิ่งเกิดขึ้นจักมิเกิดอีก เพราะพวกเจ้าจักอยู่ในความสงบชั่วระยะเวลาไม่นานนัก แต่เมื่อย่างเข้าวันที่ 17-18 มาถึง ตามปฏิทินโลก เหตุการณ์ต่าง ๆ จักเริ่มปะทุหนักขึ้น และพวกข้า (เบื้องบน) ทั้งคณะ จักช่วยกันโหมให้หนัก เมื่อย่างเข้าสู่วันที่ 22 เป็นต้นไป ทุกอย่างจักเริ่มเข้าที่เข้าทางที่พวกข้าวางเอาไว้แล้วก่อนหน้า จะเริ่มต้นจากวาตภัยจักเข้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้น จักเกิดอุทกภัยไหลลู่ลงสู่เบื้องขวา โดยมีทิศทางเริ่มต้น ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไหลทแยงมุม ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อนหน้านั้นจักมีสัญญาณเกี่ยวกับลมให้ระวังกันก่อนหน้า 3 ราตรี เกิดเพลิงไหม้ แม้ไม่ใหญ่มาก แต่ให้รู้ว่านี่เป็นสัญญาณว่าจักเกิดภัยพิบัติเยี่ยงนี้ หากพวกเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง สัตว์ที่เคยใช้งาน เช่น โค กระบือ จะเริ่มมีพละกำลังมากขึ้น พวกมันจะเริ่มดื้อดึงต่อการปฏิบัติต่อพวกมันของมนุษย์ (เราจะคาดไม่ถึงว่าสัตว์ที่เราเคยบังคับใช้งานได้ กลับดื้อกับเรามาก) ตึกรามบ้านช่องจะเริ่มมีข่าวประกาศว่าเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ จิตมนุษย์ก็ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ๆ กลุ่มผู้ขัดแย้งกันอยู่ก่อนหน้าแล้ว จะเริ่มตั้งหน้าประท้วง เดินหน้าเต็มกำลังอีกระลอก ช่วงเวลาเดียวกันนั้น จักเริ่มมีข่าวเกี่ยวกับหิน หรือการพบซากบางอย่างที่หิน ผู้คนจะหันไปสนใจเรื่องนี้เพียงประเดี๋ยว ในขณะที่ทางตะวันออกไกลนั้นครั้งนี้จักกวาดพวกผู้บริสุทธิ์ทางการประท้วงไปด้วย (พวกที่ไม่ได้ร่วม แต่อยู่บริเวณประท้วง) และกวาดล้างกลุ่มที่สร้างความเดือดร้อนทิ้งไป การประท้วงจักเกิดไปแทบทุกหย่อมหญ้าอย่างน่าเศร้าใจยิ่ง ผู้คนจักล้มตายอย่างหน้าสลด แม้พวกข้าจักต้องทำการด้วยความเสียใจและไม่มีจิตต้องการที่จะจัดการเยี่ยงนั้นสักเพียงไรก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการปฏิบัติตามแบบรูปแบบที่เคยลงรายละเอียดไว้ก่อนล่วงหน้าไม่ แม้สิ่งที่สำคัญเป็นหลักใหญ่นั้น (ปัจจัยหลัก) คือจิตของพวกเจ้าก็ตาม พวกเจ้าก็ไม่สามารถปฏิบัติการยกระดับจิตตนให้สูงขึ้นได้ด้วยตนเอง
ช่วงวันที่ 28 เป็นต้นไป จักเริ่มสำแดงข่าวการจับได้เกี่ยวกับรถหายอย่างต่อเนื่อง 2-3 วัน (ช่วงนั้นต้องระวังรถหายด้วยนะคะ) สิ้นสุดเดือนนี้ก็ให้พวกเจ้ารับทราบทั่วกันเถิดว่า จากนี้ไป จักประสบสิ่งร้ายเพิ่มเติม จนเห็นเป็นสิ่งปกติประจำขึ้นอย่างมาก (ข้างบนจะจัดการนั่นเองค่ะ) พวกข้าขอให้พระเจ้าอวยพรพวกเจ้า จงอยู่รอดด้วยจิตสงบ อย่าโศก อย่าตระหนกเมื่อเกิดเหตุหรือเพียงได้ฟังข่าวมาเท่านั้น จงยกระดับจิตให้ได้เร็วที่สุด ขออวยพร
ขอขอบคุณ คุณอุตตา ผู้รับสาส์น และส่งผ่าน
ครูตูน ผู้แปล
**หมายเหตุ** ผู้ที่เข้ามาอ่านสาส์นแปลนี้แล้ว ให้ทราบว่าเป็นสาส์นส่งผ่าน หากท่านไม่เห็นว่าถูกใจ หรือไม่ตรงกับใจ เห็นว่าผู้รับและแปลไม่มีมูลหรือพื้นความรู้ ก็ต้องขอบอกว่าไม่มีพื้นความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรื่องนี้จริง ๆ (ยิ่งจากการอ่าน ไม่มีเลย หมายถึงครูคนเดียวนะคะ ผู้รับสาส์นมา (คุณอุตตา) ครูไม่ทราบค่ะ) สิ่งที่คอยรับ ส่ง แปล และแจ้งออกไป เป็นการรับมาและส่งผ่านไปเท่านั้น หากไม่ถูกใจท่านใด ขอความกรุณาอย่าโพสต์ด่าว่าเสียหายนะคะ ขอบพระคุณค่ะhttp://www.facebook.com/?sk=2347471856#!/note.php?note_id=196282767059826
บันทึกย้อนหลัง สาส์น วันที่ 16 ธ.ค. 53
เวลาไม่ถึงพันวันแล้วที่โลกจะเกิดภัยพิบัติ เราจะต้องเตรียมจิตให้พร้อม กายไม่เท่าไร เพราะหากเราละกายสังขารไปด้วยความยินดี ในวันนั้นถ้าจิตดี ทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดี ไม่ต้องกลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตhttp://www.facebook.com/?sk=2347471856#!/note.php?note_id=193176934037076
สาส์นเข้ามาวันมาฆบูชา 54
สาส์นนี้เป็นสาส์นที่ชวนอึดอัด และเศร้า หากคิดด้วยจิตมนุษย์ แต่ถ้าปล่อยวางมันก็โล่ง เอาเป็นว่าจะบอกในส่วนที่บอกได้แล้วกันนะคะ
เมื่อถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2554 จะเริ่มมีการก่อตัวของผู้นำคอดำ (เค้าเรียกอย่างนั้น เราไม่ทราบว่าใคร และถ้าจะถามอะไร ก็ถามได้นะคะ) ก่อตัวกลางกรุง แต่ยังดำเนินการใต้ดิน สาเหตุเกิดจากความน้อยอกน้อยใจ ที่ทำงานไปเหมือนผู้ใหญ่ที่นับถือไม่เห็นค่า
วันที่ 6 กันยายน 2554 จากการรวมตัวใต้ดิน จะเริ่มเปิดตัวมากขึ้น และเริ่มก่อความวุ่นวายกลางเมือง ข้าวยาก หมากแพงเพิ่มขึ้น จะมีการค้าของผิดกฎหมายกันมากขึ้น
วันที่ 27 กันยายน 2554 จะเป็นการจราจลรุนแรงมาก มากกว่าครั้งที่ผ่านมา
ถัดไปจากนั้น 1 .5 เดือน โดยประมาณ จะเริ่มเกิดภัยพิบัติทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวงไทย โดยภัยจะเป็นลมพายุ และฝน พัดเข้ามาทางทิศตะวันออกของฝั่ง อยุธยา สุโขทัย ไล่ลงมาที่เมืองกรุง
จริง ๆ แล้วยังมีต่อนะคะ แต่เค้ายังไม่ให้ประกาศไปค่ะ
มีเรื่องชวนเสียน้ำตาด้วย ต้องขออภัยที่บอกไม่ได้ตอนนี้ค่ะ
ข้อความเหล่านี้หากใครคิดว่าเป็นการเพ้อเจ้อ ก็ได้โปรดอย่าหมิ่นกันนะคะ เป็นสาส์นที่รับมาส่วนตัวจริง ๆค่ะ ใครอยากรับก็รับไปนะคะ แค่แจ้งเพื่อทราบหรือ ประกาศเท่านั้น ไม่ได้ให้ปฏิบัติตามอะไร
http://www.facebook.com/?sk=2347471856#!/note.php?note_id=192983124056457
เมื่อถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2554 จะเริ่มมีการก่อตัวของผู้นำคอดำ (เค้าเรียกอย่างนั้น เราไม่ทราบว่าใคร และถ้าจะถามอะไร ก็ถามได้นะคะ) ก่อตัวกลางกรุง แต่ยังดำเนินการใต้ดิน สาเหตุเกิดจากความน้อยอกน้อยใจ ที่ทำงานไปเหมือนผู้ใหญ่ที่นับถือไม่เห็นค่า
วันที่ 6 กันยายน 2554 จากการรวมตัวใต้ดิน จะเริ่มเปิดตัวมากขึ้น และเริ่มก่อความวุ่นวายกลางเมือง ข้าวยาก หมากแพงเพิ่มขึ้น จะมีการค้าของผิดกฎหมายกันมากขึ้น
วันที่ 27 กันยายน 2554 จะเป็นการจราจลรุนแรงมาก มากกว่าครั้งที่ผ่านมา
ถัดไปจากนั้น 1 .5 เดือน โดยประมาณ จะเริ่มเกิดภัยพิบัติทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวงไทย โดยภัยจะเป็นลมพายุ และฝน พัดเข้ามาทางทิศตะวันออกของฝั่ง อยุธยา สุโขทัย ไล่ลงมาที่เมืองกรุง
จริง ๆ แล้วยังมีต่อนะคะ แต่เค้ายังไม่ให้ประกาศไปค่ะ
มีเรื่องชวนเสียน้ำตาด้วย ต้องขออภัยที่บอกไม่ได้ตอนนี้ค่ะ
ข้อความเหล่านี้หากใครคิดว่าเป็นการเพ้อเจ้อ ก็ได้โปรดอย่าหมิ่นกันนะคะ เป็นสาส์นที่รับมาส่วนตัวจริง ๆค่ะ ใครอยากรับก็รับไปนะคะ แค่แจ้งเพื่อทราบหรือ ประกาศเท่านั้น ไม่ได้ให้ปฏิบัติตามอะไร
http://www.facebook.com/?sk=2347471856#!/note.php?note_id=192983124056457
จิตออกจากกายเนื้อครั้งแรก
คืนหนึ่งตอนที่ดิฉันอายุ ๘ ขวบกว่า ๆ เวลาประมาณ ๓,๐๐ น. ขณะที่ดิฉันกำลังหลับใหลอยู่ระหว่างพ่อกับแม่ (นอนกลาง) อยู่ ๆ ก็รู้สึกอยากลุกขึ้นมา ทั้งที่ไม่ได้ปวดปัสสาวะแต่อย่างใด เมื่อลุกขึ้นมาก็ลงจากเตียง ขณะที่ลงก็พยายามเลี่ยงที่จะทับขาแม่อยู่ตามปกติ พอลงจากเตียงแล้วเดินออกไปด้านหน้า (เป็นตอนหน้าของห้องเช่า ไม่มีห้องนอนที่แบ่งเป็นสัดส่วน) ด้านหน้าที่ดิฉันเดินไปนั้นมียายนอนอยู่บนเตียง (ทั้งที่นอนยายและของดิฉันกางมุ้ง ไม่มีมุ้งลวด) ตอนจะเดินไปหายายที่กำลังหลับอยู่นั้น พลันก็ได้ยินเสียงสุนัขที่เลี้ยงไว้เห่า ในใจขณะนั้นก็คิดว่ามีใครจะมาลักไก่ที่เลี้ยงไว้หน้าบ้าน (เลี้ยงไว้เพียง ๓ ตัว กับเป็ดแก่ ๆ ๑ ตัว) จึงรีบเดินออกไปหน้าบ้าน พอเดินออกไปไม่เห็นใคร แต่ขาวผ่อง (สุนัขที่เลี้ยงไว้) ที่กำลังนอนหมอบอยู่ข้าง ๆ สุ่มเลี้ยงไก่เห็นดิฉัน จึงกระดกศีรษะขึ้นพร้อมกับกระดิกหาง เจ้าขาวผ่องวิ่งรี่ตรงมาหาดิฉัน ในขณะที่สุนัขตัวอื่น ๆ ละแวกนั้นพากันเห่าหอน พอดิฉันใช้มือขวาลูบหัวเจ้าขาวผ่องด้วยความรัก และชื่นชมที่ทำหน้าที่นอนเฝ้าไก่-เป็ด ได้ดีมาก ปรากฏว่ามือที่วางบนศีรษะของเจ้าขาวผ่องไม่สามารถสัมผัสแม้แต่ขนของมัน ดิฉันจึงเริ่มลูบตัวและศีรษะเหมือนเดิมอีกครั้ง ผลก็คือเป็นเช่นเดิม ไม่สามารถสัมผัสสุนัขของตัวเองได้ “ทำไมจับตัวไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ขาวผ่องเห็นเราเป็นไปไม่ได้ หรือว่าเราตายแล้วเหมือนในละครที่เราดู” เมื่อคิดแบบนั้นจึงเริ่มคิดย้อนกลับไปว่า ตอนที่เราออกมาจากบ้านเราไม่ได้เปิดกลอนประตูเลย แต่ก็ออกมาตรงนี้ได้ จึงลุกขึ้นยืนและหันหลังกลับ วิ่งทะลุประตู ซึ่งก็ผ่านไปได้โดยที่ไม่ต้องเปิด และสัมผัสประตูเลย พอพ้นจากประตู ก็หันไปเรียกยายที่กำลังหลับอย่างสบาย โผล่หน้าเข้าไปเรียกยายโดยที่ไม่ได้เปิดมุ้งเลย ทั้ง ๆ ที่พยายามจะจับมุ้งก็จับไม่ได้ ตัดสินใจเอื้อมมือทั้งสองไปเขย่าตัวยาย อย่าว่าแต่เขย่าเลย ในเวลานั้นแม้แต่จะแตะตัวยายยังทำไม่ได้เลย จึงวิ่งกลับไปที่เตียงของตัวเองที่นอนร่วมอยู่กับพ่อและแม่ (รู้สึกว่าก้าวเพียง ๒ ก้าวก็ถึงเตียงแล้ว แต่ครั้งนี้เพียงออกวิ่งก็ลอยเร็วเหมือนลมพัด) พอวิ่งไปถึงเตียง ดิฉันมองเห็นบุรุษ ๒ ท่านยืนอยู่ เรียงหน้ากระดานทำมุมฉากกับเตียง พอดิฉันวิ่งไปถึงและยืนข้างเตียง บุรุษทั้งสองท่านก็เปลี่ยนทิศทางการยืน โดยหันมายืนหน้ากระดานขนานกับเตียงด้านข้าง โดยยืนอยู่หลังดิฉัน ขณะนี้ทั้งสองท่านยืนอยู่ด้านหลังของดิฉัน
บุรุษที่ยืนอยู่ด้านขวาของดิฉันสูงประมาณ ๑๗๕ เซนติเมตร ผิวขาวเหลือง อวบค่อนไปทางเกือบอ้วน ผมดำขลับ ทรงผมเป็นรองทรงต่ำ สวมเสื้อคลุมคอจีน ผ่าหน้า แขนยาว สีดำ ชายเสื้อคลุม ยาวลงมาถึงครึ่งแข้ง (ลักษณะเสื้อคล้ายเสื้อนักเรียนญี่ปุ่น + เสื้อคลุมของพ่อมดในเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์) สวมกางเกงขายาวสีดำกรอมเท้า สวมรองเท้าหนังมันเงาสีดำ หน้าตาเหมือนคนไทย เชื้อสายจีน แก้มยุ้ย
ส่วนบุรุษที่ยืนอยู่ด้านซ้าย สูงเท่ากับบุรุษด้านขวา แต่ผิวเข้มสองสี แต่งตัวเหมือนกันกับคนแรก ทรงผมเป็นรองทรงสูง หน้าตาออกไปทางไทยค่อนไปทางแขก รูปร่างไม่อ้วนไม่ผอม ทั้งสองท่านถือบางอย่างอยู่ในมือซ้าย ถ้าสังเกตคือเป็นสมุดจดบันทึกเล่มเล็ก ๆ แค่ฝ่ามือ มือขวาจับปากกาจดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ทราบว่าจดอะไร ก้มหน้าก้มตาจดทั้งคู่
เมื่อดิฉันมายืนอยู่ข้างเตียงแล้วโผล่หน้าเข้าไปในมุ้ง และเช่นเดิม ไม่ได้เปิดมุ้งเลย ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็คือ พ่อ แม่ และที่แน่นอนคือ เห็นตัวเองนอนนิ่งอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ ขณะนั้นก็ถามตัวเองว่า นี่เป็นความฝันหรือ ทำไมจึงเหมือนละครที่ตัวเองเคยดูเช่นนี้ หรือว่าเราตายไปแล้ว เมื่อคิดได้ดังนี้จึงรีบกระโดดขึ้นไปบนร่างตัวเองที่นอนอยู่ พยายามทาบกับร่าง (กายหยาบ) เหมือนที่เคยดูในละครหลังข่าว เมื่อมั่นใจว่าประกบจิตกับกายหยาบเรียบร้อยแล้ว จึงลุกขึ้นนั่ง แล้วจับพ่อกับแม่เขย่า (ใจไม่ดี เพิ่งลุกได้ก็อยากให้พ่อกับแม่กอด และปลอบเรียกขวัญ) แต่พยายามจับเท่าไรก็จับไม่ได้เสียที จึงเอะใจคิด “หรือว่าเรายังทาบร่างไม่ติด” พอคิดได้ดังนั้นก็หันมาดูบนเตียงด้านหลัง ตรงกับตำแหน่งที่ตัวเองนอนอยู่ ปรากฏว่า ร่างของดิฉันยังคงนอนแน่นิ่ง ไม่ไหวติงอยู่อย่างเดิม น้ำตาของดิฉันเริ่มไหลอาบแก้วสองข้าง เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะคิดอย่างไร ซ้ำแล้วซ้ำอีก คำตอบที่ได้ให้ไว้กับตัวเองก็คือ “เราตายไปแล้ว เราตายไปแล้ว” แต่ก็ยังไม่ละความพยายามจากการเรียกพ่อที เรียกแม่ที ปลุกพวกท่านให้ตื่นจากหลับใหล แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะพยายามคว้าตัวพวกท่านก็ไม่สามารถจับต้องได้ ตัวเองได้แต่ร้องไห้เสียงดัง ก็ยังไม่มีใครได้ยินและตื่นขึ้นมาเลย ดิฉันพยายามทาบร่างกลับและยกแขนขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่ผลก็ออกมาเหมือนเดิม จึงอธิษฐานบอกท่านเทวดา ๒ ท่าน (ซึ่งก็คือ ๒ ท่านที่เห็นมาแล้วคิดว่าต้องเป็นเทวดาแน่นอน) ว่า “หนูยังไม่พร้อมค่ะ หนูยังมีห่วง หนูยังเรียนไม่จบ ไม่ได้ทำงานเลี้ยงพ่อแม่ แล้วก็ยายเลย” จากนั้นดิฉันก็สวดมนต์ สวดมนต์บทพระปัจเจกพุทโธ พอสวดจบ ก็แผ่เมตตา พอแผ่เมตตายังไม่จบดีเลยได้ยินเสียงเข้ามาทางโสตประสาทว่า “อายุ ๒๔ ปีจะกลับมาอีก” จากนั้นดิฉันก็รู้สึกเหมือนตกเหว วูบ เจ็บแบบจุก ๆ ที่หัวใจ และสูดหายใจเต็มแรง ลืมตาตื่นขึ้น ขยับแขนและร่างกายส่วนต่าง ๆ ได้ ดิฉันนั่งหอบ พอสติคืนมาก็รีบไปกอดพ่อ แม่ และออกไปกอดยายทันที
ครั้งนั้นทำให้ดิฉันคิดว่าเหลือเวลาอีกไม่มากเลยที่จะทำความดีด้วยการรีบเรียน และหางานทำเร็วๆ จะได้เลี้ยงพ่อ แม่และยาย ตอบแทนบุญคุณที่พวกท่านเลี้ยงดูเรามา เพียงไม่กี่ปีเลยที่เราจะอยู่บนโลกใบนี้ได้ จงทำดีในทุกลมหายใจที่เรามีอยู่ ใช้ประโยชน์กับร่างกาย สติปัญญา สมองและความคิดต่างๆ ในกายมนุษย์ให้ได้ประโยชน์สูงสุด และอย่าทำเพื่อประโยชน์ของตนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความเผื่อแผ่ผู้อื่นด้วย เพราะหากวันใดอยากทำดี แต่ไม่มีกายหยาบนี้เหลือแล้วเราจะทำได้ยากขึ้น เช่น อยากไปบริจาคสิ่งของที่มีประโยชน์ให้กับผู้ด้อยโอกาส ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีกายหยาบหรือกายเนื้อแล้ว เป็นต้น
http://www.facebook.com/note.php?note_id=192044817483621
บุรุษที่ยืนอยู่ด้านขวาของดิฉันสูงประมาณ ๑๗๕ เซนติเมตร ผิวขาวเหลือง อวบค่อนไปทางเกือบอ้วน ผมดำขลับ ทรงผมเป็นรองทรงต่ำ สวมเสื้อคลุมคอจีน ผ่าหน้า แขนยาว สีดำ ชายเสื้อคลุม ยาวลงมาถึงครึ่งแข้ง (ลักษณะเสื้อคล้ายเสื้อนักเรียนญี่ปุ่น + เสื้อคลุมของพ่อมดในเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์) สวมกางเกงขายาวสีดำกรอมเท้า สวมรองเท้าหนังมันเงาสีดำ หน้าตาเหมือนคนไทย เชื้อสายจีน แก้มยุ้ย
ส่วนบุรุษที่ยืนอยู่ด้านซ้าย สูงเท่ากับบุรุษด้านขวา แต่ผิวเข้มสองสี แต่งตัวเหมือนกันกับคนแรก ทรงผมเป็นรองทรงสูง หน้าตาออกไปทางไทยค่อนไปทางแขก รูปร่างไม่อ้วนไม่ผอม ทั้งสองท่านถือบางอย่างอยู่ในมือซ้าย ถ้าสังเกตคือเป็นสมุดจดบันทึกเล่มเล็ก ๆ แค่ฝ่ามือ มือขวาจับปากกาจดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ทราบว่าจดอะไร ก้มหน้าก้มตาจดทั้งคู่
เมื่อดิฉันมายืนอยู่ข้างเตียงแล้วโผล่หน้าเข้าไปในมุ้ง และเช่นเดิม ไม่ได้เปิดมุ้งเลย ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็คือ พ่อ แม่ และที่แน่นอนคือ เห็นตัวเองนอนนิ่งอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ ขณะนั้นก็ถามตัวเองว่า นี่เป็นความฝันหรือ ทำไมจึงเหมือนละครที่ตัวเองเคยดูเช่นนี้ หรือว่าเราตายไปแล้ว เมื่อคิดได้ดังนี้จึงรีบกระโดดขึ้นไปบนร่างตัวเองที่นอนอยู่ พยายามทาบกับร่าง (กายหยาบ) เหมือนที่เคยดูในละครหลังข่าว เมื่อมั่นใจว่าประกบจิตกับกายหยาบเรียบร้อยแล้ว จึงลุกขึ้นนั่ง แล้วจับพ่อกับแม่เขย่า (ใจไม่ดี เพิ่งลุกได้ก็อยากให้พ่อกับแม่กอด และปลอบเรียกขวัญ) แต่พยายามจับเท่าไรก็จับไม่ได้เสียที จึงเอะใจคิด “หรือว่าเรายังทาบร่างไม่ติด” พอคิดได้ดังนั้นก็หันมาดูบนเตียงด้านหลัง ตรงกับตำแหน่งที่ตัวเองนอนอยู่ ปรากฏว่า ร่างของดิฉันยังคงนอนแน่นิ่ง ไม่ไหวติงอยู่อย่างเดิม น้ำตาของดิฉันเริ่มไหลอาบแก้วสองข้าง เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะคิดอย่างไร ซ้ำแล้วซ้ำอีก คำตอบที่ได้ให้ไว้กับตัวเองก็คือ “เราตายไปแล้ว เราตายไปแล้ว” แต่ก็ยังไม่ละความพยายามจากการเรียกพ่อที เรียกแม่ที ปลุกพวกท่านให้ตื่นจากหลับใหล แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะพยายามคว้าตัวพวกท่านก็ไม่สามารถจับต้องได้ ตัวเองได้แต่ร้องไห้เสียงดัง ก็ยังไม่มีใครได้ยินและตื่นขึ้นมาเลย ดิฉันพยายามทาบร่างกลับและยกแขนขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่ผลก็ออกมาเหมือนเดิม จึงอธิษฐานบอกท่านเทวดา ๒ ท่าน (ซึ่งก็คือ ๒ ท่านที่เห็นมาแล้วคิดว่าต้องเป็นเทวดาแน่นอน) ว่า “หนูยังไม่พร้อมค่ะ หนูยังมีห่วง หนูยังเรียนไม่จบ ไม่ได้ทำงานเลี้ยงพ่อแม่ แล้วก็ยายเลย” จากนั้นดิฉันก็สวดมนต์ สวดมนต์บทพระปัจเจกพุทโธ พอสวดจบ ก็แผ่เมตตา พอแผ่เมตตายังไม่จบดีเลยได้ยินเสียงเข้ามาทางโสตประสาทว่า “อายุ ๒๔ ปีจะกลับมาอีก” จากนั้นดิฉันก็รู้สึกเหมือนตกเหว วูบ เจ็บแบบจุก ๆ ที่หัวใจ และสูดหายใจเต็มแรง ลืมตาตื่นขึ้น ขยับแขนและร่างกายส่วนต่าง ๆ ได้ ดิฉันนั่งหอบ พอสติคืนมาก็รีบไปกอดพ่อ แม่ และออกไปกอดยายทันที
ครั้งนั้นทำให้ดิฉันคิดว่าเหลือเวลาอีกไม่มากเลยที่จะทำความดีด้วยการรีบเรียน และหางานทำเร็วๆ จะได้เลี้ยงพ่อ แม่และยาย ตอบแทนบุญคุณที่พวกท่านเลี้ยงดูเรามา เพียงไม่กี่ปีเลยที่เราจะอยู่บนโลกใบนี้ได้ จงทำดีในทุกลมหายใจที่เรามีอยู่ ใช้ประโยชน์กับร่างกาย สติปัญญา สมองและความคิดต่างๆ ในกายมนุษย์ให้ได้ประโยชน์สูงสุด และอย่าทำเพื่อประโยชน์ของตนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความเผื่อแผ่ผู้อื่นด้วย เพราะหากวันใดอยากทำดี แต่ไม่มีกายหยาบนี้เหลือแล้วเราจะทำได้ยากขึ้น เช่น อยากไปบริจาคสิ่งของที่มีประโยชน์ให้กับผู้ด้อยโอกาส ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีกายหยาบหรือกายเนื้อแล้ว เป็นต้น
http://www.facebook.com/note.php?note_id=192044817483621
ทุกลมหายใจมีค่า ทำดีให้เป็นปกติ
การที่ภัยพิบัติจะเกิด มันใกล้เข้ามาทุกขณะจิต อย่าได้หวั่นไหวกับเหตุการณ์ที่ปัจจุบันยังไม่เกิด อย่าตีโพยตีพายหาที่กำบังหลบภัยอยู่เลย เพียงแค่เราเห็นข่าวภัยพิบัติหรือรับสาส์นจากครูไป ในการกระจายข่าวทุกครั้งเพียงแค่เป็นการรับสาส์นบางอย่างจากเบื้องบน ไม่ว่าจะมาในรุปแบบใด นิมิต หรือภาพซ้อน มันก็คือเป็นการเตือนให้เราปฏิบัติตนให้ดี ครูประกาศออกไปตามหน้าที่ที่ทำอยู่ขณะนี้เท่านั้น ไม่ได้หมายให้ใครมากลัว ตื่นตระหนก ตกใจ แต่ต้องการให้เรารู้ตัวตลอด ว่าเราทำดีไว้เพียงพอหรือยัง เราคิดดีได้เพียงพอใหมที่จะได้รอด แต่ไม่ได้ให้ฝักใฝ่ว่า "ฉันจะรอด ๆ ๆ ๆ " อย่างเดียวเท่านั้น ขอแนะนำว่าให้เราปล่อยวาง และปฏิบัติดีด้วย ไม่ได้ให้ละเลยการทำดี อยู่อย่างหดหู่ ฉันไม่ทำอะไรแล้ว เพราะเดี๋ยวก็ตายกันหมด คิดแบบนี้ไม่ได้ ให้คิดดี ๆ นะ แล้วเมื่อเราคิดดี พูดดี ทำดี เราก็ไม่เห็นต้องกลัวการตายเพราะภัยพิบัติเลย เพราะถึงอย่างไร ทางพุทธศาสนา ท่านก็จะได้ไปสู่สุขคติ ไปอยู่ ไปจุติ ในภพภูมิที่ดี ส่วนในทางศาสนาคริสต์ ท่านก็จะได้กลับสู่อ้อมกอดของพระเจ้า และในอีกหลาย ๆ ศาสนา หลายลัทธิ ก็บอกว่าคุณจะได้ไปอยู่ในที่ ๆ ดี และในส่วนของจักรวาล ท่านก็จะได้กลับบ้าน กลับไปในจุดที่เราจากมา บางท่านยังอาจเวียนว่าย ในอีกที่หนึ่ง ดาวดวงอื่น กาแล็กซี่อื่นก้เป็นได้
ดังนั้นสิ่งที่ประกาศออกไป จงอย่าตีโพยตีพาย มีสติอยู่เสมอ รู้ตัวตลอดว่าตนทำอะไร แล้วใครที่บอกว่า "แย่แล้วยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ หรือบุพการีเลย ก็จะตายเสียแล้ว" อย่าลืมว่า เราอาจจะไม่ได้ตายเพราะภัยพิบัติของโลกที่กำลังจะมาถึงก็ได้ เราอาจจะตายก่อนด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยอุบัติเหตุ ฯลฯ ก็เป็นได้ ดังนั้นอย่าได้โทษภัยพิบัติเลย อย่าอ้อนวอนว่าอย่าให้เกิดเลย มันถึงเวลาแล้ว ทุกอย่างมันมีอายุขัยของมัน มีเกิดก็ต้องมีดับ เป็นสัจธรรมของชีวิต แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ก็ยังมีการเสื่อมไปตามกาลเวลาเลย เพราะฉะนั้นอย่ารอ รอทำงานเก็บเงิน แล้วจะซื้อบ้านให้แม่นะ ตอบแทนบุญคุณแบบนี้ ไม่ทันหรอกในยุคนี้ เราควรตอบแทนท่านทุกขณะจิต เช่นคิดดีกับท่าน ไม่โกรธเมื่อท่านต่อว่าหรือสั่งสอนเรา คิดเสียว่า ถ้าไม่มีพวกเค้า เราจะออกมาจากกระบอกไม้ไผ่หรือไปจับฉลากมา ไขโหลมา เปิดไข่จากโหลปั๊บ เจอเราอยู่แล้วเอามาเลี้ยงหรือ และถ้าเราจะออกจากกระบอกไม้ไผ่จริง บุพการีก็มีพระคุณกับเราอยู่ดี เพราะถ้าเค้าไม่เลี้ยงเรา เราก็คงได้เป็นลูกกรอกแน่ ๆ
แล้วก็อีกนั่นแหละ ถ้าเค้าเลี้ยงเราทิ้งขว้าง ไม่ซื้อเสื้อผ้าให้ เราก็โป๊เปลือย เดินล่อนจ้อน แล้วก็ถ้าเค้าไม่ส่งเราเรียน เราก็ไม่อาจมามีหน้ายืนเถียงสั่งสอนผู้มีพระคุณได้หรอก
อยากให้พวกเราคิดกันเป็นทอด ๆ แบบนี้ เพราะไม่ว่าจะคิดกี่ตลบ บุพการีก็มีพระคุณต่อเราทุกด้าน ดังนั้นไม่ต้องรอตอบแทนบุญคุณนะ ทำทุกวัน ทุกลมหายใจ ทุกขณะจิต ทุกเสี้ยววินาที สำนึกบุญคุณ บอกรักท่าน โอบกอดท่าน ถามไถ่ เอื้ออาทร รักท่านให้มาก อย่าทำให้ท่านทุกข์ กังวลด้วยความเป็นห่วงอีกเลย
ทุกขณะจิต ทุกลมหายใจมีค่า จงระลึกถึงท่าน ก็เป็นบุญ ปฏิบัติดีต่อท่านก็เป็นการกตัญญูแล้วไม่ต้องรอเรียนจบ แล้วทำงานมีเงินหรอกนะคะ อยากให้ทุกคนอ่านและนำไปปฏิบัติตามด้วยนะคะhttp://www.facebook.com/note.php?note_id=190133451008091#!/note.php?note_id=191555244199245
ดังนั้นสิ่งที่ประกาศออกไป จงอย่าตีโพยตีพาย มีสติอยู่เสมอ รู้ตัวตลอดว่าตนทำอะไร แล้วใครที่บอกว่า "แย่แล้วยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ หรือบุพการีเลย ก็จะตายเสียแล้ว" อย่าลืมว่า เราอาจจะไม่ได้ตายเพราะภัยพิบัติของโลกที่กำลังจะมาถึงก็ได้ เราอาจจะตายก่อนด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยอุบัติเหตุ ฯลฯ ก็เป็นได้ ดังนั้นอย่าได้โทษภัยพิบัติเลย อย่าอ้อนวอนว่าอย่าให้เกิดเลย มันถึงเวลาแล้ว ทุกอย่างมันมีอายุขัยของมัน มีเกิดก็ต้องมีดับ เป็นสัจธรรมของชีวิต แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ก็ยังมีการเสื่อมไปตามกาลเวลาเลย เพราะฉะนั้นอย่ารอ รอทำงานเก็บเงิน แล้วจะซื้อบ้านให้แม่นะ ตอบแทนบุญคุณแบบนี้ ไม่ทันหรอกในยุคนี้ เราควรตอบแทนท่านทุกขณะจิต เช่นคิดดีกับท่าน ไม่โกรธเมื่อท่านต่อว่าหรือสั่งสอนเรา คิดเสียว่า ถ้าไม่มีพวกเค้า เราจะออกมาจากกระบอกไม้ไผ่หรือไปจับฉลากมา ไขโหลมา เปิดไข่จากโหลปั๊บ เจอเราอยู่แล้วเอามาเลี้ยงหรือ และถ้าเราจะออกจากกระบอกไม้ไผ่จริง บุพการีก็มีพระคุณกับเราอยู่ดี เพราะถ้าเค้าไม่เลี้ยงเรา เราก็คงได้เป็นลูกกรอกแน่ ๆ
แล้วก็อีกนั่นแหละ ถ้าเค้าเลี้ยงเราทิ้งขว้าง ไม่ซื้อเสื้อผ้าให้ เราก็โป๊เปลือย เดินล่อนจ้อน แล้วก็ถ้าเค้าไม่ส่งเราเรียน เราก็ไม่อาจมามีหน้ายืนเถียงสั่งสอนผู้มีพระคุณได้หรอก
อยากให้พวกเราคิดกันเป็นทอด ๆ แบบนี้ เพราะไม่ว่าจะคิดกี่ตลบ บุพการีก็มีพระคุณต่อเราทุกด้าน ดังนั้นไม่ต้องรอตอบแทนบุญคุณนะ ทำทุกวัน ทุกลมหายใจ ทุกขณะจิต ทุกเสี้ยววินาที สำนึกบุญคุณ บอกรักท่าน โอบกอดท่าน ถามไถ่ เอื้ออาทร รักท่านให้มาก อย่าทำให้ท่านทุกข์ กังวลด้วยความเป็นห่วงอีกเลย
ทุกขณะจิต ทุกลมหายใจมีค่า จงระลึกถึงท่าน ก็เป็นบุญ ปฏิบัติดีต่อท่านก็เป็นการกตัญญูแล้วไม่ต้องรอเรียนจบ แล้วทำงานมีเงินหรอกนะคะ อยากให้ทุกคนอ่านและนำไปปฏิบัติตามด้วยนะคะhttp://www.facebook.com/note.php?note_id=190133451008091#!/note.php?note_id=191555244199245
คำศัพท์จากต่างดาว เกลอเก่า มาเล่าใหม่
เมื่อมีเกลอเก่าจากต่างดาวมาเยือน ดาว Alumianus (อัลลูมิเอนัส) เค้าชื่อ Juyulis (จิวยูลลิส) ก็มีคำศัพท์แปลก ๆ ดังนี้ (บางส่วนเท่านั้น)คำศัพท์ของเกลอเก่า
1. Transibra (ทรานซิบระ) - ราตรีสวัสดิ์
2. จิตสะเทือน - ตกใจ, หยาบคาย (เค้ามักใช้คำนี้เวลาพูดเสียงดัง หรือ มีคำหยาบเบา ๆ เช่น ไอ้นั่น ไอ้นี่ (สิ่งของนะ ไม่ใช่คน), อะไรวะ, มัน (แทนสิ่งของ) ฯลฯ
3. จิตหดหู่ - เศร้า
4. ปฎิบัติการณ์จิตกระเพื่อม - ร้องไห้
5. ยาน - ยานพาหนะ
6. เติมแก๊ส (รถเติมแก๊ส) - ใส่อากาศเพื่อขับเคลื่อน
7. เติมน้ำมัน - บรรจุน้ำพลังงานใต้ดิน
8. ไสวอย่างยิ่ง - แจ่มไปเลย
9. จับจิตแม่นยำ - เดา หรือ วิเคราะห์ ได้ถูกต้อง แม่นยำ
10. ขับรถ - เคลื่อนยานมนุษย์
11. จิตมนุษย์ - คนธรรมดา
12. พ่อ แม่ ยาย - หน่อซากรากเหง้า
13. ที่พำนัก - บ้าน
14. ที่พักผ่อน - ที่นอน
15. อึกทึก - หนวกหู
16. ฉลองปีใหม่ – ทำจิตบันเทิงเพื่อเปลี่ยนศักราช
17. ถ้วงทำนองขณะปฏิบัติการณ์ ในเวลา ณ ขณะหนึ่ง - เหตุการณ์หรือการกระทำ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน (ได้มาตอนกำลังสอน Present Continuous Tense ให้ นร.)
18. การดำเนินงานที่เสร็จสิ้นแล้วในกาลก่อน - คำอธิบาย Past Simple นั่นเอง
19. สำราญจิต - น่ารัก
20. ถลาเล่น - ล่องลอยเล่น (เนื่องจากเป็นดวงจิตจึงเที่ยวเล่นแบบล่องลอยไปตามสถานที่ต่าง ๆ)
21. เปี่ยมจิต - ดีใจhttp://www.facebook.com/note.php?note_id=190133451008091#!/note.php?note_id=191551067532996
1. Transibra (ทรานซิบระ) - ราตรีสวัสดิ์
2. จิตสะเทือน - ตกใจ, หยาบคาย (เค้ามักใช้คำนี้เวลาพูดเสียงดัง หรือ มีคำหยาบเบา ๆ เช่น ไอ้นั่น ไอ้นี่ (สิ่งของนะ ไม่ใช่คน), อะไรวะ, มัน (แทนสิ่งของ) ฯลฯ
3. จิตหดหู่ - เศร้า
4. ปฎิบัติการณ์จิตกระเพื่อม - ร้องไห้
5. ยาน - ยานพาหนะ
6. เติมแก๊ส (รถเติมแก๊ส) - ใส่อากาศเพื่อขับเคลื่อน
7. เติมน้ำมัน - บรรจุน้ำพลังงานใต้ดิน
8. ไสวอย่างยิ่ง - แจ่มไปเลย
9. จับจิตแม่นยำ - เดา หรือ วิเคราะห์ ได้ถูกต้อง แม่นยำ
10. ขับรถ - เคลื่อนยานมนุษย์
11. จิตมนุษย์ - คนธรรมดา
12. พ่อ แม่ ยาย - หน่อซากรากเหง้า
13. ที่พำนัก - บ้าน
14. ที่พักผ่อน - ที่นอน
15. อึกทึก - หนวกหู
16. ฉลองปีใหม่ – ทำจิตบันเทิงเพื่อเปลี่ยนศักราช
17. ถ้วงทำนองขณะปฏิบัติการณ์ ในเวลา ณ ขณะหนึ่ง - เหตุการณ์หรือการกระทำ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน (ได้มาตอนกำลังสอน Present Continuous Tense ให้ นร.)
18. การดำเนินงานที่เสร็จสิ้นแล้วในกาลก่อน - คำอธิบาย Past Simple นั่นเอง
19. สำราญจิต - น่ารัก
20. ถลาเล่น - ล่องลอยเล่น (เนื่องจากเป็นดวงจิตจึงเที่ยวเล่นแบบล่องลอยไปตามสถานที่ต่าง ๆ)
21. เปี่ยมจิต - ดีใจhttp://www.facebook.com/note.php?note_id=190133451008091#!/note.php?note_id=191551067532996
สาส์นเช้าวันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554
วันนี้เวลา 8.24 น. ดิฉันได้รับสาส์นจากพระผู้แทนองค์เดิม ว่า
"กำลังจะเกิดวันมหาวิปโยค" แล้วดิฉันก็ได้รับภาพ ดังนี้
ภาพของผู้คนที่ล้มตายคล้ายเกิดจากโรคระบาด (เป็นการเดาของดิฉันเอง ท่านไม่ได้สบอก เพราะมองเห็นแต่ศพที่เน่าบ้าง อืดบ้าง และมีแมลงวันตอม มองไม่เห็นอาคารว่าเป็นเช่นไร) ภาพเป็นภาพแบบมุมต่ำ มองลาดขนานกับพื้นถนน ดิฉันมองเห็นศพที่เสียชีวิตแล้ว บางรายอ้าปากหวอ มีเลือดออกทางจมูกและปาก เริ่มเน่า เห็นหญิงชรา อายุประมาณ 67 ปีน่าจะได้ และหญิงวัยประมาณ 38 -40 ปี ไม่แน่ใจค่ะ เพราะเค้าทั้งผอม ทั้งผิวสีดำ ผมหยิก หน้าตาค่อนไปทางเอธิโอเปีย ภาพหญิงทั้งสองนั่งยอง ๆ ร้องไห้อยู่ข้างศพ (คาดว่าคงเป็นญาติ) สองคนนั่งกอดคอกัน ผลัดกันปลอบใจ ไม่ได้ยินเสียงค่อ
จากนั้นภาพตัดมาเป็นอีกที่หนึ่ง มองเห็นสภาพคนตายเหมือนแบบเดียวกัน แต่ผู้คนผิวสีออกดำแดง มีแสงแดดจ้ามาก ร้อน (รับรู้ด้วยความรู้สึกค่ะ) มีลมร้อน ๆ พัดอยู่เป็นระยะ ๆ เห็นมีฝุ่นผงเม็ดหนาพอควร (จึงเดาว่าน่าจะเป็นทะเลทราย) ที่นี่ไม่มีแมลงวัน ไม่มีคนร่ำไห้ มีแต่ผู้ชายคลุมผ้าโพกหัว (เหมือนชาวอาหรับ) แต่หน้าที่โผล่ทำให้เห็นว่า ไม่ดำมาก ผิวออกเหลืองซะมากกว่า เค้ามาเขี่ย ๆ ศพที่กอง ๆ อยู่ และเรียกใครซักคนให้มานำศพไป
จากนั้นภาพอีกภาพก็แทรกเข้ามาทันที คราวนี้อากาศเย็นกว่า 2 ภาพแรกมาก แต่ไม่ถึงกับหนาว แค่รู้สึกสบายกว่าเท่านั้น แต่ก็ยังมีคนตาย ความแตกต่างคือ ที่นี่ดิฉันเห็นคนตายเพียง 7-8 คนเท่านั้น จึงทำให้เห็นพื้นได้ชัดกว่าภาพอื่น พื้นที่เห็นมีหญ้าแซมขึ้นมา เป็นหญ้าต้นสั้น ๆ เท่านั้น มีผู้คนเดินรอบ ๆ ศพ ไม่ร้องไห้เลย เห็นแต่ผู้ชาย ผิวดำแดง สูงใหญ่ ศีรษะแทบมองไม่เห็นผม วัยประมาณไม่น่าเกิน 28 ปี (เป็นความคิดของดิฉันนะคะ) คน ๆ นี้ เค้าถือคบไฟด้วย แต่ไม่ลุกโหมมากนัก บรรยากาศเหมือนเป็นช่วง เวลาเย็น ๆ (น่าจะประมาณ 4-5 โมงเย็น คิดเองนะคะ เพราะดูจากบรรยากาศ) คนที่เดินรอบ ๆ ไปมา เค้าเหมือนจะกำลังทำพิธี มีแต่เด็กผู้ชาย อายุประมาณ 7-8 ขวบ 2 - 3 คน ที่นั่งอยู่ และมีชายผมขาว เสื้อขาว ผิวดำแดงเหมือนกัน อายุน่าจะประมาณ 68-70 ปี เค้านั่งอยู่บนที่นั่งที่ดูดี ใหญ่กว่าก้นเล็กน้อย มีพนักพิง (ตามความคิด เหมือนเป็นพิธีสวด นะจะประมาณนี้นะคะ เพราะจากบรรยากาศที่เห็นมันชวนให้คิด เพราะพวกเค้ามีสีหน้าที่หน้านับถือ และดูมีเมตตาอยู่) รอบ ๆ คนที่ดิฉันเห็น ฉันเห็นต้นไม้สูง ๆ ใหญ่ ๆ อยู่โดยรอบ มีต้นไม้ที่มีใบใหญ่ ๆ เหมือนต้นกล้วยด้วย แต่ไม่ใช่เพราะสีเข้มกว่า และลายชัดกว่ามาก มีดอกสีแดงเป็นพวง ๆ เรียงกันเหมือนประทัด ปลายแหลมสีเหลือง (เคยเห็นอยู่เหมือนกันแต่ไม่รู้จักพันธูค่ะ)
แล้วภาพก็ไม่มีต่อ กลายเป็นพระผู้แทนได้บอกกับดิฉันว่า
"วันนี้ห้ามนำคริสตัล หรือหินสีที่รับพลังแล้ว (ผุที่มีจะทราบ) ห้ามนำออกมาเล่นน้ำกลางแสงจันทร์ หรือชูขึ้นฟ้าเพื่อรับพลังเด็ดขาด เพราะหากใครทำ จะได้รับพลังวิปโยค"
ดิฉัน "พลังวิปโยค เป็นพลังลบหรือใช่ไหมคะ"
พระฯ "ไม่ใช่ พลังลบ คือ เมื่อรับมาแล้ว ผู้ที่ได้รับสิ่งไม่ดี คือตัวเรา แต่พลังวิปโยค คือ เมื่อรับมาแล้วจะเกิดแต่เรื่องน่าเสียใจ"
ดิฉัน "อ้าว ท่านคะ แล้วที่วันสิ้นปี ที่ลูกไปเขากะลา แล้วลูกได้รับสาส์นจากที่นั่น ว่าวันที่ 12 ก.พ. 54 รวมทั้งที่นาเกลือ ที่ลูกไปกับกลุ่มเพื่อรับพลังวันนั้น ก็มีสาส์น 12 กุมภาพันธ์ 2554 ไม่ใช่วันที่ควรรับพลัง (ประมวลพลังตามภาษาคนเขากะลา) หรือคะ"
พระฯ "ไม่ใช่ นั่นเป็นคำเตือนให้อยู่ในที่ปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่าให้พวกเจ้าไปรับพลัง (มีภาพชูคริสตัลขึ้นฟ้า ในความมืด มีซาตาน และผู้คัดค้านล่องลอยอยู่เหนือคริสตัลเหล่านั้น โดยพวกเค้ามองไม่เห็น ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใคร เพราะ ภาพตัดไปที่หลายแห่ง เค้าชูคริสตัลรับพลังกันถ้วน บางคนก็ได้รับสาส์นเข้าหัวมาว่า เค้าได้ยินดิฉันพูดวันนั้น และจำไว้เพื่อมารับ ดิฉันก็ต้องขอโทษไว้ ณ ที่นี่ด้วยนะคะ เพราะพูดตามที่ได้ยิน แต่ก็ยังไม่ได้บอกว่าควรเป็นวันที่รับพลังค่ะ ตัวเองก็เข้าใจอย่างนั้นเหมือนกัน ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้เข้าใจผิดกันนะคะ)"
ดิฉัน " งั้นที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จเมื่อคืนนี้ ไม่ได้ทำให้สิ่งร้ายหายไปได้หรือคะ"
พระฯ "ไม่ได้ เจ้าจำวันที่เราให้อยู่แต่ในบ้านได้ไหม"
ดิฉัน "จำได้ค่ะ วันนั้นเป็นวันที่ไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยะ แต่พระองค์บอกว่าจะมีสิ่งไม่ดีตามมาด้วย เค้าจะกวาดล้าง"
พระฯ "ใช่แล้ว เจ้าจำไว้ เมื่อเกิดสิ่งดี ย่อมมีสิ่งร้ายตามมา และเช่นกัน เมื่อเกิดสิ่งร้าย สิ่งดีก็จะตามมา หากสิ่งใดมาก สิ่งที่ตามมาก็มากเช่นกัน มันเป็นสัจธรรม หลังจากที่เทพจีนลงมาแล้ว จะมีพวกเร่ร่อนตามมาเก็บบุญอยู่ไกลๆ ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะเกรงบารมี แล้วเจ้าลองคิดด้วยจิตเจ้าเองดูนะ ว่าพระพุทธองค์น่ะ มีพระบารมีสูงส่งมากเพียงใด ในวันที่เจ้าสแกนกรรม ยังไม่มีเทพองค์ใดกล้าเข้าใกล้พระบารมีเลย ดังนั้น เมื่อคืนจนตีสี่เพลาเจ้า พระองค์เสด็จกลับแล้ว พวกผีหรือดวงจิตชั้นต่ำ ก็ไล่ตามเก็บบุญเช่นกัน แต่พวกมันต้องเก็บไกล ๆ เวลา นาที จึงห่างกันมากกว่าเทพจีนวันนั้นเสียอีก มิฉะนั้นพวกมันจะได้รับความทรมานจากบุญบารมียิ่งนัก"
ดิฉัน "เข้าใจแล้วค่ะ"
พอดิฉันก้มหน้าขอบคุณ เงยหน้าขึ้นก็ไม่ได้รับสัมผัสจากพระผู้แทนอีก ว่างเปล่าอีกครั้งหนึ่ง
และที่น่าอัศจรรย์ วันนี้หลังจากเสร็จธุระบางประการ ดิฉันเดินทางไปชลบุรี ได้รับสาส์นว่า ช่วงเวลาดีวันนี้คือ..... เดี๋ยวดิฉันจะมาพิมพ์ต่อนะคะ ต้องรีบไปงานศพค่ะhttp://www.facebook.com/note.php?note_id=190133451008091#!/note.php?note_id=190573104297459
"กำลังจะเกิดวันมหาวิปโยค" แล้วดิฉันก็ได้รับภาพ ดังนี้
ภาพของผู้คนที่ล้มตายคล้ายเกิดจากโรคระบาด (เป็นการเดาของดิฉันเอง ท่านไม่ได้สบอก เพราะมองเห็นแต่ศพที่เน่าบ้าง อืดบ้าง และมีแมลงวันตอม มองไม่เห็นอาคารว่าเป็นเช่นไร) ภาพเป็นภาพแบบมุมต่ำ มองลาดขนานกับพื้นถนน ดิฉันมองเห็นศพที่เสียชีวิตแล้ว บางรายอ้าปากหวอ มีเลือดออกทางจมูกและปาก เริ่มเน่า เห็นหญิงชรา อายุประมาณ 67 ปีน่าจะได้ และหญิงวัยประมาณ 38 -40 ปี ไม่แน่ใจค่ะ เพราะเค้าทั้งผอม ทั้งผิวสีดำ ผมหยิก หน้าตาค่อนไปทางเอธิโอเปีย ภาพหญิงทั้งสองนั่งยอง ๆ ร้องไห้อยู่ข้างศพ (คาดว่าคงเป็นญาติ) สองคนนั่งกอดคอกัน ผลัดกันปลอบใจ ไม่ได้ยินเสียงค่อ
จากนั้นภาพตัดมาเป็นอีกที่หนึ่ง มองเห็นสภาพคนตายเหมือนแบบเดียวกัน แต่ผู้คนผิวสีออกดำแดง มีแสงแดดจ้ามาก ร้อน (รับรู้ด้วยความรู้สึกค่ะ) มีลมร้อน ๆ พัดอยู่เป็นระยะ ๆ เห็นมีฝุ่นผงเม็ดหนาพอควร (จึงเดาว่าน่าจะเป็นทะเลทราย) ที่นี่ไม่มีแมลงวัน ไม่มีคนร่ำไห้ มีแต่ผู้ชายคลุมผ้าโพกหัว (เหมือนชาวอาหรับ) แต่หน้าที่โผล่ทำให้เห็นว่า ไม่ดำมาก ผิวออกเหลืองซะมากกว่า เค้ามาเขี่ย ๆ ศพที่กอง ๆ อยู่ และเรียกใครซักคนให้มานำศพไป
จากนั้นภาพอีกภาพก็แทรกเข้ามาทันที คราวนี้อากาศเย็นกว่า 2 ภาพแรกมาก แต่ไม่ถึงกับหนาว แค่รู้สึกสบายกว่าเท่านั้น แต่ก็ยังมีคนตาย ความแตกต่างคือ ที่นี่ดิฉันเห็นคนตายเพียง 7-8 คนเท่านั้น จึงทำให้เห็นพื้นได้ชัดกว่าภาพอื่น พื้นที่เห็นมีหญ้าแซมขึ้นมา เป็นหญ้าต้นสั้น ๆ เท่านั้น มีผู้คนเดินรอบ ๆ ศพ ไม่ร้องไห้เลย เห็นแต่ผู้ชาย ผิวดำแดง สูงใหญ่ ศีรษะแทบมองไม่เห็นผม วัยประมาณไม่น่าเกิน 28 ปี (เป็นความคิดของดิฉันนะคะ) คน ๆ นี้ เค้าถือคบไฟด้วย แต่ไม่ลุกโหมมากนัก บรรยากาศเหมือนเป็นช่วง เวลาเย็น ๆ (น่าจะประมาณ 4-5 โมงเย็น คิดเองนะคะ เพราะดูจากบรรยากาศ) คนที่เดินรอบ ๆ ไปมา เค้าเหมือนจะกำลังทำพิธี มีแต่เด็กผู้ชาย อายุประมาณ 7-8 ขวบ 2 - 3 คน ที่นั่งอยู่ และมีชายผมขาว เสื้อขาว ผิวดำแดงเหมือนกัน อายุน่าจะประมาณ 68-70 ปี เค้านั่งอยู่บนที่นั่งที่ดูดี ใหญ่กว่าก้นเล็กน้อย มีพนักพิง (ตามความคิด เหมือนเป็นพิธีสวด นะจะประมาณนี้นะคะ เพราะจากบรรยากาศที่เห็นมันชวนให้คิด เพราะพวกเค้ามีสีหน้าที่หน้านับถือ และดูมีเมตตาอยู่) รอบ ๆ คนที่ดิฉันเห็น ฉันเห็นต้นไม้สูง ๆ ใหญ่ ๆ อยู่โดยรอบ มีต้นไม้ที่มีใบใหญ่ ๆ เหมือนต้นกล้วยด้วย แต่ไม่ใช่เพราะสีเข้มกว่า และลายชัดกว่ามาก มีดอกสีแดงเป็นพวง ๆ เรียงกันเหมือนประทัด ปลายแหลมสีเหลือง (เคยเห็นอยู่เหมือนกันแต่ไม่รู้จักพันธูค่ะ)
แล้วภาพก็ไม่มีต่อ กลายเป็นพระผู้แทนได้บอกกับดิฉันว่า
"วันนี้ห้ามนำคริสตัล หรือหินสีที่รับพลังแล้ว (ผุที่มีจะทราบ) ห้ามนำออกมาเล่นน้ำกลางแสงจันทร์ หรือชูขึ้นฟ้าเพื่อรับพลังเด็ดขาด เพราะหากใครทำ จะได้รับพลังวิปโยค"
ดิฉัน "พลังวิปโยค เป็นพลังลบหรือใช่ไหมคะ"
พระฯ "ไม่ใช่ พลังลบ คือ เมื่อรับมาแล้ว ผู้ที่ได้รับสิ่งไม่ดี คือตัวเรา แต่พลังวิปโยค คือ เมื่อรับมาแล้วจะเกิดแต่เรื่องน่าเสียใจ"
ดิฉัน "อ้าว ท่านคะ แล้วที่วันสิ้นปี ที่ลูกไปเขากะลา แล้วลูกได้รับสาส์นจากที่นั่น ว่าวันที่ 12 ก.พ. 54 รวมทั้งที่นาเกลือ ที่ลูกไปกับกลุ่มเพื่อรับพลังวันนั้น ก็มีสาส์น 12 กุมภาพันธ์ 2554 ไม่ใช่วันที่ควรรับพลัง (ประมวลพลังตามภาษาคนเขากะลา) หรือคะ"
พระฯ "ไม่ใช่ นั่นเป็นคำเตือนให้อยู่ในที่ปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่าให้พวกเจ้าไปรับพลัง (มีภาพชูคริสตัลขึ้นฟ้า ในความมืด มีซาตาน และผู้คัดค้านล่องลอยอยู่เหนือคริสตัลเหล่านั้น โดยพวกเค้ามองไม่เห็น ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใคร เพราะ ภาพตัดไปที่หลายแห่ง เค้าชูคริสตัลรับพลังกันถ้วน บางคนก็ได้รับสาส์นเข้าหัวมาว่า เค้าได้ยินดิฉันพูดวันนั้น และจำไว้เพื่อมารับ ดิฉันก็ต้องขอโทษไว้ ณ ที่นี่ด้วยนะคะ เพราะพูดตามที่ได้ยิน แต่ก็ยังไม่ได้บอกว่าควรเป็นวันที่รับพลังค่ะ ตัวเองก็เข้าใจอย่างนั้นเหมือนกัน ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้เข้าใจผิดกันนะคะ)"
ดิฉัน " งั้นที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จเมื่อคืนนี้ ไม่ได้ทำให้สิ่งร้ายหายไปได้หรือคะ"
พระฯ "ไม่ได้ เจ้าจำวันที่เราให้อยู่แต่ในบ้านได้ไหม"
ดิฉัน "จำได้ค่ะ วันนั้นเป็นวันที่ไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยะ แต่พระองค์บอกว่าจะมีสิ่งไม่ดีตามมาด้วย เค้าจะกวาดล้าง"
พระฯ "ใช่แล้ว เจ้าจำไว้ เมื่อเกิดสิ่งดี ย่อมมีสิ่งร้ายตามมา และเช่นกัน เมื่อเกิดสิ่งร้าย สิ่งดีก็จะตามมา หากสิ่งใดมาก สิ่งที่ตามมาก็มากเช่นกัน มันเป็นสัจธรรม หลังจากที่เทพจีนลงมาแล้ว จะมีพวกเร่ร่อนตามมาเก็บบุญอยู่ไกลๆ ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะเกรงบารมี แล้วเจ้าลองคิดด้วยจิตเจ้าเองดูนะ ว่าพระพุทธองค์น่ะ มีพระบารมีสูงส่งมากเพียงใด ในวันที่เจ้าสแกนกรรม ยังไม่มีเทพองค์ใดกล้าเข้าใกล้พระบารมีเลย ดังนั้น เมื่อคืนจนตีสี่เพลาเจ้า พระองค์เสด็จกลับแล้ว พวกผีหรือดวงจิตชั้นต่ำ ก็ไล่ตามเก็บบุญเช่นกัน แต่พวกมันต้องเก็บไกล ๆ เวลา นาที จึงห่างกันมากกว่าเทพจีนวันนั้นเสียอีก มิฉะนั้นพวกมันจะได้รับความทรมานจากบุญบารมียิ่งนัก"
ดิฉัน "เข้าใจแล้วค่ะ"
พอดิฉันก้มหน้าขอบคุณ เงยหน้าขึ้นก็ไม่ได้รับสัมผัสจากพระผู้แทนอีก ว่างเปล่าอีกครั้งหนึ่ง
และที่น่าอัศจรรย์ วันนี้หลังจากเสร็จธุระบางประการ ดิฉันเดินทางไปชลบุรี ได้รับสาส์นว่า ช่วงเวลาดีวันนี้คือ..... เดี๋ยวดิฉันจะมาพิมพ์ต่อนะคะ ต้องรีบไปงานศพค่ะhttp://www.facebook.com/note.php?note_id=190133451008091#!/note.php?note_id=190573104297459
สาส์นที่ต้องการให้ลับ แต่ลับไม่ได้ ย้อนเรื่อง
สำหรับสาส์น 4 เรื่องที่เคยโพสต์ไว้
2. พื้นที่ที่เป็นเรื่องอยู่ขณะนี้ ที่ครูเคยบอกไว้ก่อนเกิดเรื่อง
ภาพที่เห็นทางทิศนั้น (ที่มีเรื่อง) เป็นภาพเครื่องบินหัวโหม่งโลกแล้วภาพก็ล้มหายไป (จะนำมาแถลงรายละเอียดคราวต่อไป)
http://news.sanook.com/1001879-%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99-f16-%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99-1-%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4.html
คราวต่อไป ครูจะไม่ให้พลาดเรื่องรายละเอียดที่จะบอกนะคะ เพราะไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้น่ะค่ะ เพราะมีภาพให้เห็นหน่อยเดียว เลยคิดว่าคงอีกนาน คราวหน้าจะไม่ให้เป็นแบบนี้อีกค่ะ
ครูไม่ได้อยากเก็บไว้คนเดียวนะคะ แต่ครูแค่ไม่อยากให้มีใครมาหมิ่นอำนาจเบื้องบนเท่านั้นเอง เพราะครูก็บอกเสมอ ๆ ว่า ครูไม่ได้เป็นผู้กระทำ ครูแค่ผู้ที่ว่างเปล่า เมื่อว่าง เค้าก็เมตตาเติมบางอย่างลงมาให้ และครูก็แค่รับและทำหน้าที่ส่งข้อความเท่านั้นเอง ครูก็แค่เป็นบุรุษไปรษณีย์ หรือคนส่งเอกสารข้อมูลเท่านั้น อ้อ หรือไม่ก็แค่พนักงานส่งหนังสือพิมพ์ ถ้าบ้านไหน เค้าระบุว่าต้องการ ครูก็แค่ไปส่งเท่านั้นนะคะ ไม่ได้มีอำนาจในการคิดสาส์นขึ้นมาเองค่ะ อยากให้ได้รับกันทุกคนนะคะ แต่ถ้าจะพูดไป ทางโลกก็ต้องบอกว่าสุดแต่บุญแต่กรรมค่ะ
http://www.facebook.com/note.php?note_id=190133451008091#!/note.php?note_id=190572707630832
สาส์นวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.พ. 54 ฉบับเต็ม
สาส์นนี้มีทั้งหมด 4 เรื่อง ซึ่งเกี่ยวกับ
1. พื้นที่ที่จะรอด
2. พื้นที่ที่เป็นเรื่องอยู่ขณะนี้ ที่ครูเคยบอกไว้ก่อนเกิดเรื่อง
3. เรื่องหัวข้อที่ควรแจ้งลบเมื่อวาน
4. เรื่องบารมีที่ควรได้รับในคืนวันที่ 11 ก.พ. 54 มีเรื่องของเวลาด้วยค่ะ
5. พื้นที่ที่เคยหายไป จะนำมาบอกคราวหน้า ขอไปทำงานก่อนนะคะ เพราะมันสำคัญน้อยที่สุดในบรรดา ๕ ข้อนี้น่ะค่ะ
เนื่องจากสาส์นครั้งนี้จำเป็นต้องคัดเฉพาะผู้ที่ต้องการรับเท่านั้น โดยเฉพาะข้อ 1 และ 4 ดังนั้นครูจึงต้องส่งสาส์นให้เฉพาะผู้ที่ต้องการรับสาส์นเท่านั้นค่ะ เพราะหากเผยแพร่ไป ก็จะมีผู้หมิ่นและต่อต้านได้ ดังนั้นครูจึงจำเป็นต้องส่งให้เฉพาะผู้ที่ต้องการรับสาส์นนี้จริง ๆ
ครูไม่ได้อยากเก็บไว้คนเดียวนะคะ แต่ครูแค่ไม่อยากให้มีใครมาหมิ่นอำนาจเบื้องบนเท่านั้นเอง เพราะครูก็บอกเสมอ ๆ ว่า ครูไม่ได้เป็นผู้กระทำ ครูแค่ผู้ที่ว่างเปล่า เมื่อว่าง เค้าก็เมตตาเติมบางอย่างลงมาให้ และครูก็แค่รับและทำหน้าที่ส่งข้อความเท่านั้นเอง ครูก็แค่เป็นบุรุษไปรษณีย์ หรือคนส่งเอกสารข้อมูลเท่านั้น อ้อ หรือไม่ก็แค่พนักงานส่งหนังสือพิมพ์ ถ้าบ้านไหน เค้าระบุว่าต้องการ ครูก็แค่ไปส่งเท่านั้นนะคะ ไม่ได้มีอำนาจในการคิดสาส์นขึ้นมาเองค่ะ อยากให้ได้รับกันทุกคนนะคะ แต่ถ้าจะพูดไป ทางโลกก็ต้องบอกว่าสุดแต่บุญแต่กรรมค่ะhttp://www.facebook.com/note.php?note_id=190133451008091
1. พื้นที่ที่จะรอด
2. พื้นที่ที่เป็นเรื่องอยู่ขณะนี้ ที่ครูเคยบอกไว้ก่อนเกิดเรื่อง
3. เรื่องหัวข้อที่ควรแจ้งลบเมื่อวาน
4. เรื่องบารมีที่ควรได้รับในคืนวันที่ 11 ก.พ. 54 มีเรื่องของเวลาด้วยค่ะ
5. พื้นที่ที่เคยหายไป จะนำมาบอกคราวหน้า ขอไปทำงานก่อนนะคะ เพราะมันสำคัญน้อยที่สุดในบรรดา ๕ ข้อนี้น่ะค่ะ
เนื่องจากสาส์นครั้งนี้จำเป็นต้องคัดเฉพาะผู้ที่ต้องการรับเท่านั้น โดยเฉพาะข้อ 1 และ 4 ดังนั้นครูจึงต้องส่งสาส์นให้เฉพาะผู้ที่ต้องการรับสาส์นเท่านั้นค่ะ เพราะหากเผยแพร่ไป ก็จะมีผู้หมิ่นและต่อต้านได้ ดังนั้นครูจึงจำเป็นต้องส่งให้เฉพาะผู้ที่ต้องการรับสาส์นนี้จริง ๆ
ครูไม่ได้อยากเก็บไว้คนเดียวนะคะ แต่ครูแค่ไม่อยากให้มีใครมาหมิ่นอำนาจเบื้องบนเท่านั้นเอง เพราะครูก็บอกเสมอ ๆ ว่า ครูไม่ได้เป็นผู้กระทำ ครูแค่ผู้ที่ว่างเปล่า เมื่อว่าง เค้าก็เมตตาเติมบางอย่างลงมาให้ และครูก็แค่รับและทำหน้าที่ส่งข้อความเท่านั้นเอง ครูก็แค่เป็นบุรุษไปรษณีย์ หรือคนส่งเอกสารข้อมูลเท่านั้น อ้อ หรือไม่ก็แค่พนักงานส่งหนังสือพิมพ์ ถ้าบ้านไหน เค้าระบุว่าต้องการ ครูก็แค่ไปส่งเท่านั้นนะคะ ไม่ได้มีอำนาจในการคิดสาส์นขึ้นมาเองค่ะ อยากให้ได้รับกันทุกคนนะคะ แต่ถ้าจะพูดไป ทางโลกก็ต้องบอกว่าสุดแต่บุญแต่กรรมค่ะhttp://www.facebook.com/note.php?note_id=190133451008091
อยากให้อ่าน
อยากบอกค่ะ "จิตร่วมโลกสีน้ำเงินคะ แม้ว่าขณะนี้เราจะคิดว่านี่คือกายเรา จิตเรา แม้ตั้งแต่ต้นไม่ใช่ของเราและในที่สุดเราต้องทิ้งกายไว้เบื้องหลัง และส่งจิตกลับบ้าน และเมื่อถึงตอนนั้นเราก็ไม่ใช่เจ้าของกายและจิตนั้นก็ตาม แต่การที่เราจะกลับบ้านได้ เราก็ต้องควบคุมจิตให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้ได้ จะได้ส่งผลให้เราไม่เสียดายหรือยึดติดกับกายนอก กายที่เป็นรูปธรรมนี้ได้ในที่สุด และส่งผลให้เราได้กลับบ้านที่อบอุ่นเสียที ตั้งจิตให้แน่วแน่ว่าจะคิดดีกันเถิดค่ะ"http://www.facebook.com/home.php?sk=group_109783405763524&id=119805314761333&ref=notif¬if_t=like#!/note.php?note_id=189996291021807
สาส์นล่าสุด วันที่ 7 ก.พ. 54
เช้าวันจันทร์ที่ 7 ก.พ. 54 ที่สดใส ในนิมิต (ไม่ใช่ฝัน) ข้าพเจ้ามองออกไปที่ภูเขาลูกสีเทา ๆ ที่อยู่ไกล ๆ ห่างจากจุดที่ยืนประมาณ 5 กิโลเมตร ความแห้งแล้งเกาะกุมพื้นที่โดยรอบ รอบกายของข้าพเจ้าเห็นแต่เพียงฝุ่น ที่ตลบอบอวลจนเหมือนควันไฟ แต่ไม่ใช่ ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายโดยรอบนั้น ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า หากใช้จมูกหายใจในขณะนี้ คงไอโครกๆๆ ไปแล้ว และคงแสบคอพิลึก รวมทั้งแสงแดดที่แผดจ้า ทำให้แสบตาได้แน่นอน แม้จะมีฝุ่นตลบอยู่เช่นนี้ จนทำให้ความสว่างจ้าจากแสงแดดเบาบางลงไปบ้าง แต่ความร้อนของพลังแสงอาทิตย์นั้น ยังคงแผดเผาร่างและพืชบนโลกให้แห้ง ไหม้ไปกับตาได้ การไหม้ไม่ได้ไหม้แบบพรึ่บพับ แต่ค่อย ๆ ไหม้และเป็นจุลไปกับตา ใบไม้มีฝุ่นปกคลุมจนหาสีเขียวไม่เจอ หากแต่รู้ได้เพราะลักษณะและรูปร่าง แต่ก็นั่นแหละ ความร้อนมันแผดเผาจนหด เกรียม จากน้ำตาลเป็นน้ำตาลไหม้ไปต่อหน้าต่อตา
ภาพของผู้พิทักษ์หญิง ที่อายุเพียง 11 ย่าง 12 ปี ได้ทำงานมาระยะหนึ่งแล้วในการช่วยเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ให้รอดพ้น ข้าพเจ้าอยากเอื้อมมือไปจับท่านผู้นี้เป็นยิ่งนัก แต่ก็ทำได้เพียงแค่เอื้อมมือไป แต่สัมผัสไม่ได้ เพราะนั่นเป็นเพียงภาพนิมิตในอนาคต ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถเอ่ยถามสารทุกข์ หรือความเป็นไปในอดีตได้ อยากรู้ เกิดความอยาก แต่ก้ต้องระงับไว้ ไม่เช่นนั้นภาพต่าง ๆ จะหายไปได้ เพราะทุกครั้งที่ข้าพเจ้าอยากเห็น ภาพจะล้มทันที เพราะพระผู้แทนกล่าวบอกข้าพเจ้าว่า "นี่เป็นเพียงการสื่อสารทางเดียวเท่านั้น เราพาท่านมาพบเห็น เพื่อนำไปยืนยันว่าจะมีสิ่งใดจะปรากฎในกาลต่อไปบ้าง"
จากนี้เป็นบทสนทนา
เรา- ตกลงแล้วจะเกิดภัยพิบัติตามวันเวลาที่ข้าพเจ้าเคยได้รับไหมคะท่าน?
พระฯ - เกิดสิ ตามวันเวลานั้นนั่นแล (วันที่ 3 เมษายน 2557) แต่จักเป็นเพียงระลอกแรก ๆ เท่านั้น
เรา - ระลอกแรก ๆ แสดงว่ามีหลายระลอกหรือคะท่าน
พระฯ - ใช่เจ้า เราบอกท่านเพื่อให้คอยเตือนผู้คน ท่านทำถูกแล้วที่เตือน เผยแพร่ในสิ่งที่ท่านได้รับมา อย่าได้พะวงหรือห่วงตนว่าจักมีผู้ไม่เชื่อ พวกเค้ายังคงต้องเวียนว่ายอยู่เช่นนี้อยู่ร่ำไปไม่ได้กลับถิ่นแดนที่จากมา สัญญาและอาสากันเป็นมั่นเหมาะเมื่อครั้งที่อยากทำงาน แต่พอได้รับการเมตตาอนุญาตแล้ว กลับหลงทางกรรมอยู่เช่นนี้ หากเจ้าสื่อสารออกไปแล้วพวกเค้าไม่อยากกลับบ้านกัน ก็สุดแท้แต่พวกเค้า เจ้าจักทำอะไรก็มิได้
เรา - แล้วที่ข้าพเจ้าเห็นผู้พิทักษ์อยู่นี้ เหตุใดเขาจึงโตแล้วเจ้าคะ
พระฯ - เรื่องมันเกิดมาตั้งแต่ครานั้น จนบัดนี้เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ยังมิสงบ การกำจัดจิตที่เสื่อมแล้วนั้นทำได้ยากยิ่ง เพราะพวกมันต่างคอยหลบหลีกการตัดสินอยู่ เจ้านี่ (ผู้พิทักษ์) จึงต้องทำงานหนักหน่อย อาจลืมอดีตที่เคยเป็นมา เพราะค่าของความรับผิดชอบนั้นใหญ่หลวงกว่าการเป็นครอบครัวสมมตินั้น
เรา - (ร้องไห้ สะอึกสะอื้นในนิมิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน) แล้วเค้าจะจำข้าพเจ้าได้ไหมคะท่าน เมื่อถึงเวลานั้น
พระฯ - (มองข้าพเจ้าด้วยสายตาที่มีเมตตา และเอ่ยขึ้น) ทำจิตให้สงบ และพิจารณาให้ดี ว่าภาพที่เจ้าเห็นปรากฎอยู่เบื้องหน้านั้น เจ้าและบุตรสมมติของเจ้าเองมิใช่หรือ ที่ตั้งใจและอธิษฐานจิตไว้แต่เบื้องแรกแล้ว
เรา - พระฯ นิ่งสงบพร้อมกัน
เรา - ค่ะท่าน ข้าพเจ้าจะตั้งจิตให้นิ่ง เพื่อทำหน้าที่ในส่วนที่ตนรับผิดชอบต่อไป แล้วกลับไปรอที่ที่มีความอบอุ่น สว่าง เจ้าค่ะ
พระฯ - เจ้าจงจดจำไว้ว่า พ่อจะให้โอกาสเลื่อนเวลาที่เกิดการณ์ที่หนักไปก่อนก็จริงอยู่ แต่ก็สุดแท้แต่จิตมนุษย์เท่านั้นที่จักคงตนไว้ซึ่งความดีงามได้มากเท่าใด หากช่วยกันโอบโลกด้วยรักและเมตตา เลิกประหัดประหารกัน มิใช่ด้วยอาวุธทำลายล้างเท่านั้น แต่หากต้าองเลิกการประหัดประหารกันด้วยวาจาด้วยแล้วไซร้ พระองค์จักเมตตายิ่งขึ้น เพราะขณะนี้พระองค์มีได้อยู่ในเกมของพวกเจ้า แต่หากพระองค์เป็นเพียงผู้ดู เท่านั้น ผู้ที่ทำหน้าที่กวาดล้างจริง ๆ มิได้เผยตนในเวลานี้หรอกเจ้า พวกเค้ารอคอยวันที่พวกเจ้าพูดจาก้าวล่วง หมิ่นอำนาจของพ่อ ซึ่งเป็นผู้สร้างพวกเจ้า สร้างสรรพสิ่งบนโลกสีน้ำเงินใบนี้ ว่าเมื่อปี 2012 มาถึง (ตามที่เป็นข่าวพูดกันเรื่อง 2012) และ วันที่ 3 เมษายน 2557 ตามที่เจ้าเคยได้รับสาส์น ตามแบบประเทศถิ่นกำเนิดเจ้ามาถึง แลยังไม่เกิดเหตุการณ์ดั่งเจ้าเคยกล่าวไว้แล้วไซร้ เวลานั้นมนุษย์ผู้มีจิตต่ำ จะเร่งทำชั่วกันมากขึ้นเพราะคิดด้วยจิตต่ำว่า คงไม่เกิดอย่างแน่นอน เมื่อนั้นจิตต่ำและชั่วจักเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อนั้นแลความชั่วเกิน 70 ในร้อยของโลก จักเป็นการกวาดล้างที่ง่ายขึ้นยิ่งนัก
แล้วพระผู้แทนก็หายไป ปล่อยข้าพเจ้าไว้กับฝุ่น อากาศที่แห้งแล้ง รวมทั้งภาพของผู้พิทักษ์ที่ยังคงขมักเขม้นหาสัตว์ที่รอดชีวิตอยู่ตรงหน้าของข้าพเจ้าต่อไป และได้แต่นั่งดูอย่างเป็นสุขจนได้เวลาออกจากนิมิต
หมายเหตุ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและคิดนะคะ เพราะนี่เป็นเรื่องที่เกินจะเชื่อ ผู้ใด ท่านใด พร้อมจะรับก็รับข้อมูลนี้ไป หากผู้ได้ไม่คิดอยากรับก็กรุณาอย่าโพสต์ต่อต้านเลย เพราะข้อความทั้งหมดที่พิมพ์มา เป็นข้อมูลที่ได้จากการทำสมาธิและเห็นในนิมิตของผู้พิมพ์เอง ถ้าท่านไม่เคยได้รับสัมผัสนี้มาก่อน กรุณาอย่ากล่าวดูหมิ่นแต่อย่างใด โปรดระงับสติไว้และยับยั้งความคิดอันสะเทือนต่อจิตของผู้พิมพ์ด้วยเถิดนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ โมทนากุศลด้วยค่ะhttp://www.facebook.com/home.php?sk=group_109783405763524&id=119805314761333&ref=notif¬if_t=like#!/note.php?note_id=189215417766561
ภาพของผู้พิทักษ์หญิง ที่อายุเพียง 11 ย่าง 12 ปี ได้ทำงานมาระยะหนึ่งแล้วในการช่วยเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ให้รอดพ้น ข้าพเจ้าอยากเอื้อมมือไปจับท่านผู้นี้เป็นยิ่งนัก แต่ก็ทำได้เพียงแค่เอื้อมมือไป แต่สัมผัสไม่ได้ เพราะนั่นเป็นเพียงภาพนิมิตในอนาคต ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถเอ่ยถามสารทุกข์ หรือความเป็นไปในอดีตได้ อยากรู้ เกิดความอยาก แต่ก้ต้องระงับไว้ ไม่เช่นนั้นภาพต่าง ๆ จะหายไปได้ เพราะทุกครั้งที่ข้าพเจ้าอยากเห็น ภาพจะล้มทันที เพราะพระผู้แทนกล่าวบอกข้าพเจ้าว่า "นี่เป็นเพียงการสื่อสารทางเดียวเท่านั้น เราพาท่านมาพบเห็น เพื่อนำไปยืนยันว่าจะมีสิ่งใดจะปรากฎในกาลต่อไปบ้าง"
จากนี้เป็นบทสนทนา
เรา- ตกลงแล้วจะเกิดภัยพิบัติตามวันเวลาที่ข้าพเจ้าเคยได้รับไหมคะท่าน?
พระฯ - เกิดสิ ตามวันเวลานั้นนั่นแล (วันที่ 3 เมษายน 2557) แต่จักเป็นเพียงระลอกแรก ๆ เท่านั้น
เรา - ระลอกแรก ๆ แสดงว่ามีหลายระลอกหรือคะท่าน
พระฯ - ใช่เจ้า เราบอกท่านเพื่อให้คอยเตือนผู้คน ท่านทำถูกแล้วที่เตือน เผยแพร่ในสิ่งที่ท่านได้รับมา อย่าได้พะวงหรือห่วงตนว่าจักมีผู้ไม่เชื่อ พวกเค้ายังคงต้องเวียนว่ายอยู่เช่นนี้อยู่ร่ำไปไม่ได้กลับถิ่นแดนที่จากมา สัญญาและอาสากันเป็นมั่นเหมาะเมื่อครั้งที่อยากทำงาน แต่พอได้รับการเมตตาอนุญาตแล้ว กลับหลงทางกรรมอยู่เช่นนี้ หากเจ้าสื่อสารออกไปแล้วพวกเค้าไม่อยากกลับบ้านกัน ก็สุดแท้แต่พวกเค้า เจ้าจักทำอะไรก็มิได้
เรา - แล้วที่ข้าพเจ้าเห็นผู้พิทักษ์อยู่นี้ เหตุใดเขาจึงโตแล้วเจ้าคะ
พระฯ - เรื่องมันเกิดมาตั้งแต่ครานั้น จนบัดนี้เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ยังมิสงบ การกำจัดจิตที่เสื่อมแล้วนั้นทำได้ยากยิ่ง เพราะพวกมันต่างคอยหลบหลีกการตัดสินอยู่ เจ้านี่ (ผู้พิทักษ์) จึงต้องทำงานหนักหน่อย อาจลืมอดีตที่เคยเป็นมา เพราะค่าของความรับผิดชอบนั้นใหญ่หลวงกว่าการเป็นครอบครัวสมมตินั้น
เรา - (ร้องไห้ สะอึกสะอื้นในนิมิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน) แล้วเค้าจะจำข้าพเจ้าได้ไหมคะท่าน เมื่อถึงเวลานั้น
พระฯ - (มองข้าพเจ้าด้วยสายตาที่มีเมตตา และเอ่ยขึ้น) ทำจิตให้สงบ และพิจารณาให้ดี ว่าภาพที่เจ้าเห็นปรากฎอยู่เบื้องหน้านั้น เจ้าและบุตรสมมติของเจ้าเองมิใช่หรือ ที่ตั้งใจและอธิษฐานจิตไว้แต่เบื้องแรกแล้ว
เรา - พระฯ นิ่งสงบพร้อมกัน
เรา - ค่ะท่าน ข้าพเจ้าจะตั้งจิตให้นิ่ง เพื่อทำหน้าที่ในส่วนที่ตนรับผิดชอบต่อไป แล้วกลับไปรอที่ที่มีความอบอุ่น สว่าง เจ้าค่ะ
พระฯ - เจ้าจงจดจำไว้ว่า พ่อจะให้โอกาสเลื่อนเวลาที่เกิดการณ์ที่หนักไปก่อนก็จริงอยู่ แต่ก็สุดแท้แต่จิตมนุษย์เท่านั้นที่จักคงตนไว้ซึ่งความดีงามได้มากเท่าใด หากช่วยกันโอบโลกด้วยรักและเมตตา เลิกประหัดประหารกัน มิใช่ด้วยอาวุธทำลายล้างเท่านั้น แต่หากต้าองเลิกการประหัดประหารกันด้วยวาจาด้วยแล้วไซร้ พระองค์จักเมตตายิ่งขึ้น เพราะขณะนี้พระองค์มีได้อยู่ในเกมของพวกเจ้า แต่หากพระองค์เป็นเพียงผู้ดู เท่านั้น ผู้ที่ทำหน้าที่กวาดล้างจริง ๆ มิได้เผยตนในเวลานี้หรอกเจ้า พวกเค้ารอคอยวันที่พวกเจ้าพูดจาก้าวล่วง หมิ่นอำนาจของพ่อ ซึ่งเป็นผู้สร้างพวกเจ้า สร้างสรรพสิ่งบนโลกสีน้ำเงินใบนี้ ว่าเมื่อปี 2012 มาถึง (ตามที่เป็นข่าวพูดกันเรื่อง 2012) และ วันที่ 3 เมษายน 2557 ตามที่เจ้าเคยได้รับสาส์น ตามแบบประเทศถิ่นกำเนิดเจ้ามาถึง แลยังไม่เกิดเหตุการณ์ดั่งเจ้าเคยกล่าวไว้แล้วไซร้ เวลานั้นมนุษย์ผู้มีจิตต่ำ จะเร่งทำชั่วกันมากขึ้นเพราะคิดด้วยจิตต่ำว่า คงไม่เกิดอย่างแน่นอน เมื่อนั้นจิตต่ำและชั่วจักเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อนั้นแลความชั่วเกิน 70 ในร้อยของโลก จักเป็นการกวาดล้างที่ง่ายขึ้นยิ่งนัก
แล้วพระผู้แทนก็หายไป ปล่อยข้าพเจ้าไว้กับฝุ่น อากาศที่แห้งแล้ง รวมทั้งภาพของผู้พิทักษ์ที่ยังคงขมักเขม้นหาสัตว์ที่รอดชีวิตอยู่ตรงหน้าของข้าพเจ้าต่อไป และได้แต่นั่งดูอย่างเป็นสุขจนได้เวลาออกจากนิมิต
หมายเหตุ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและคิดนะคะ เพราะนี่เป็นเรื่องที่เกินจะเชื่อ ผู้ใด ท่านใด พร้อมจะรับก็รับข้อมูลนี้ไป หากผู้ได้ไม่คิดอยากรับก็กรุณาอย่าโพสต์ต่อต้านเลย เพราะข้อความทั้งหมดที่พิมพ์มา เป็นข้อมูลที่ได้จากการทำสมาธิและเห็นในนิมิตของผู้พิมพ์เอง ถ้าท่านไม่เคยได้รับสัมผัสนี้มาก่อน กรุณาอย่ากล่าวดูหมิ่นแต่อย่างใด โปรดระงับสติไว้และยับยั้งความคิดอันสะเทือนต่อจิตของผู้พิมพ์ด้วยเถิดนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ โมทนากุศลด้วยค่ะhttp://www.facebook.com/home.php?sk=group_109783405763524&id=119805314761333&ref=notif¬if_t=like#!/note.php?note_id=189215417766561
แก้ไขนำข้อมูลที่เคยลงไว้ในเวปเขากะลามาให้ดูกัน เผื่อว่าใครไม่ได้เข้าไปอ่านค่ะ
ข้อมูลล่าสุด วันพุธที่ 1 ก.พ. 2554Juyulis เกลอจาก Alumianus แจ้งเป็นภาพให้เห็นดังนี้1. ชี้มือไปทางทิศขวามือ ตอนที่เดินทาง ได้ความว่าเป็นฝั่งกัมพูชา มีภาพของการก่อควันสีดำขึ้นทางขอบเขตชายแดน แต่ควันมาไม่ถึงฝั่งตรงข้ามเพราะมีกระจกใสกั้นอยู่ ควันดำที่เห็นเลยอบอวลเป็นวงบริเวณฝั่งที่ก่อขึ้น ในขณะที่อีกฝั่งไม่กระทบอะไรเลย ได้ความอีกว่าผู้กระทำไม่ได้รับผลกระทบ เพราะได้รับคำสั่งอีกที แต่ผู้สั่งจะได้รับผลเอง (ถ้านึกภาพวงที่ค่อย ๆ ขยายขึ้นไม่ออก ให้นึกถึงเราหยดน้ำมันสีดำลงในน้ำ และน้ำมันก็ลอยอยู่ที่ผิวน้ำแล้วค่อย ๆ แผ่เป็นวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ )2. ดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือเน่า เค้าบอกว่าข้างบนมองบ้านเรา (โลก) เหมือนผลสตรอเบอรี่เท่านั้น ที่มีจุด ๆ เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และภาพที่เห็นคือบริเวณขั้วด้านซ้าย (ตะวันตกเฉียงเหนือ) เริ่มเน่า และความขัดแย้งจะเกิดขึ้นทุกมุมโลก เหมือนจุด ๆ ของผลสตรอเบอรี่นั่นเอง3. เค้าบอกว่าจะเกิดเหตุในอุโมงค์ หรือเหมือง จะมีคนตายจากสารพิษ และเหตุเกี่ยวกับการถล่มหรือทรุดตัวของดิน ทางแผนที่โลกเป็นภาพทวีปที่เป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำ จะเกิดทางประเทศที่อยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ค่อนมาทางใต้เยอะ ๆ 2 ประเทศหมายเหตุ มีคำว่า อุรุกวัย และ ปารากวัย อยู่ในเสียงนั้นด้วย ไม่รู้ว่าประเทศนี้อยู่ทางแถบไหนในโลก เพราะไม่เก่งเรื่องแผนที่ เดี๋ยวคงต้องไปเช็คดู และอาจจะซื้อ Atlas มาติดตัวไว้แล้วล่ะเด็ก ๆ ที่อ่านเรื่องราวเหล่านี้แล้ว คงจะระลึกความทรงจำได้ในสิ่งที่ครูเคยบอก ๆ ไปบ้าง และเกิดขึ้นมาแล้วนะ ไม่ว่าจะน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ไฟไหม้ โลมาเกยตื้น โลมาย้ายถิ่นน่ะ เหล่านี้ก็เกิดขึ้นแล้ว แล้วก็รอดูเหตุการณ์พวกนี้ต่อไปนะ
นี่เป็นคำตอบเกี่ยวกับภูมิประเทศที่น้อง Milkyways จากเวปเขากะลา นำมาลงไว้ให้ ขอบคุณมากค่ะ
อุรุกรัย และปารากวัย อยู่อเมริกาใต้

แจกแจงเรื่อง "ทำไมต้องเปิด บ้านแสงแห่งธรรม ที่บ้านครูตูน?"
มีคนถามว่าถ้า
1. จะนั่งสมาธิ ทำไมไม่ไปวัด ?
คำตอบคือ เพราะที่นั้นมีแต่ชาวพุทธ ดังนั้น การจะให้ชาวคริสต์ อิสลาม หรือลัทธิต่าง ๆ ไปทำสมาธิโดยวิธีการที่ไม่ผิดหลักศาสนา หรือระเบียบลัทธิจึงเป็นไปได้ยาก อีกทั้งการจะเข้าไปนั่งประชุม ถาม-ตอบ เกี่ยวกับศาสนา-ลัทธิอื่น หรือเรื่องภัยพิบัติ การเตรียมการอีกมากมาย ที่เราไม่สามารถกระทำการในวัดได้อย่างสะดวก เพศหญิงจะเข้า ๆ ออก ๆ วัด ก็คงดูไม่งามนัก จะไปยุ่งวุ่นวายในวัน จนอาจเกิดความไม่สงบในวัด ก็คงไม่ดีอย่างยิ่ง ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลหนี่งที่เราต้องหาสถานที่เอง
2. ทำไมต้องเป็นหน้าบ้านครูตูน?
คำตอบ คือ เพราะคงไม่มีใครยอมให้พื้นที่หน้าบ้านมาทำแบบนี้ง่าย ๆ แถมความเป็นส่วนตัวน้อยลง เพราะจะต้องมีคนเดินเข้า-ออก ห้องน้ำที่บ้าน กันขวักไขว่ พื้นที่ ที่เคยเป็นที่ทำกินด้านหน้า ที่วิ่ง-ขี่จักรยานเล่น หรือ นั่งปาร์ตี้กัน ที่จอดรถยนต์ ต้องให้คนอื่นเข้ามาใช้ตามใจชอบได้ คงหายาก หรือจะไปซื้อที่ดินใหม่ เช่าพื้นที่เพื่อสร้าง ก็คงมีทุนรอนไม่พอ และหากพอสร้าง ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน ใครจะออกให้ ดังนั้น มันเลยต้องเป็น่ครู เพราะดันเป็นคนก่อตั้งขึ้นมาด้วยอยากให้มีสถานที่ถาม - ตอบ พูดคุย เป็นหลักแหล่ง
แต่หากใครพร้อมสละพื้นที่ให้ และยินดีจ่ายค่าน้ำ - ไฟฟ้า ให้อย่างต่อเนื่อง ครูก็ยินดีอย่างยิ่ง ที่จะไปทำพื้นที่นั้น ถ้าครูเดินทางไปได้ หรือถ้ามีใครอยากทำ ครูก็ขอร่วมอนุโมทนาด้วยค่ะ จากใจจริงค่ะ เพราะต้องให้ทราบกันว่าครูไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเลยจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณนะคะที่อ่านกันจนจบ
http://www.facebook.com/?ref=home#!/note.php?note_id=196730547015048
การก่อตั้งชมรมธรรมะ และภัยพิบัติ
เนื่องจากที่ผ่านมาครูได้มีการขอรับบริจาคไป และมีผู้มีจิตกุศลขอให้เขียนหมายเลขบัญชีเพื่อโอนเงินเข้ามาบริจาค แต่เมื่อทบทวนแล้ว น่าจะอยู่ในนามชมรมดีกว่า เพราะจะได้โปร่งใสในการนำเงินนี้ไปใช้เป็นสาธารณะกุศลและแจกแจงได้อย่างไม่มีข้อสงสัยจากทุก ๆ ท่าน โดยที่จะนำเงินนี้มาจัดสร้างสถานที่ตามที่เคยกล่าวไว้แล้ว ครูจึงมีความคิดว่าเราต้องตั้งชมรมขึ้นมาจะดีที่สุด และกระจายกันทำงาน คนกลุ่มเล็กๆ แต่ช่วยกัน งานจะได้ออกมาดี อีกอย่างไม่อยากทำงานคนเดียว ไม่อยากมีอัตตามากไป อยากให้ทำงานกันเป็นทีมมากกว่าน่ะค่ะ
ดังนั้นจึงขอจัดตั้งชมรมธรรมะ และภัยพิบัติ ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ และต้องการรับสมัครสมาชิกชมรมค่ะ ไม่จำกัดอายุ เพศ ศาสนา และสถานที่อยู่ ส่วนสถานที่ ที่จะใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการในครั้งนี้ที่แรก คือที่บ้านครูตูน ต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจุดประสงค์ของการก่อตั้งชมรมมีดังนี้
1. เพื่อมุ่งเน้นในการให้ความรู้แก่ผู้สนใจในเรื่องธรรมะ (ทุกศาสนาและลัทธิ)
2. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้ในเรื่องธรรมชาติ และภัยพิบัติที่คาดว่าเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
3. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับจักรวาล
4. เพื่อปลุกจิตสำนึกในการเข้าสู่ธรรมชาติและจักรวาล รวมทั้งกระตุ้นเตือน ระวังภัยต่าง ๆ ทั้งจากมิติที่ตามองเห็น และรับรู้จากสัมผัสอื่น ๆ
5. เพื่อมุ่งเน้นการเตรียมตัว เตรียมจิต ในการรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตในหลาย ๆ ด้าน (เราเน้นด้านจิตใจเป็นสำคัญ)
ท่านใดเห็นด้วย และสนใจ สามารถสมัครสมาชิกได้ที่นี่เลยนะคะ ครูจะได้จัดลำดับสมาชิก และทำการคัดเลือก (จะใช้วิธีช่วยกันแสดงความคิดเห็น) คณะกรรมการในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประชุม, การจัดกิจกรรมพบปะ พูดคุย และเตรียมการณ์, การรายงานผล ฯลฯ เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงต่อไป
และเมื่อมีสมาชิก และคณะกรรมการแล้ว หากสมาชิกมีความต้องการให้มีกิจกรรมส่งเสริมใด ๆ หรือหากจะมีการปรับเปลี่ยนจุดประสงค์ในการดำเนินงานที่ครูได้เสนอไว้คร่าว ๆ แล้วข้างต้น จะได้ดำเนินการต่อไป
ท่านที่สนใจสมัครสมาชิก กรุณาลงชื่อได้เลยนะคะ เอาเป็นชื่อจริงหรือชื่อในเฟซก่อนก็ได้ค่ะ ต้องรีบด่วน เพราะเราจะต้องจัดตั้งสถานที่ตามที่แจ้ง โดยรวบรวมเงินบริจาคให้ได้ 100,000 บาทก่อนวันที่ 15 มี.ค.54 และเริ่มก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 เม.ย. 54 จากนั้นต้องขึ้นป้ายบริจาค ป้ายชมรม และทำบุญ เลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคล ในวันที่ 7 เม.ย. 54 น่ะค่ะ อาจรู้สึกว่ากระชั้นชิดเกินไป แต่มันเร่งมากแล้ว มนุษย์ยากจะสำนึกหากเราไม่ดำเนินการ และใครต้องการซองรับบริจาคก็บอกกันนะคะ หรือถ้าจะใช้โอนด้วยหมายเลขบัญชีก็ต้องรอถึงวันจันทร์ค่ะ เพราะครูจะสอนพิเศษครั้งสุดท้ายสิ้นเดือนนี้แล้วค่ะ จากนั้นก็จะดำเนินกิจกรรมสาธารณะอย่างเต็มตัวแล้ว ดังนั้น ปัจจัยในการดำเนินงานจึงต้องอาศัยผู้อื่นไม่สามารถควักกระเป๋าได้เองแล้ว (อีกต่อไป เพราะไม่ได้สอนพิเศษ) ต้องขออภัยหากกิจกรรมนี้จะขัดใจใครไปบ้าง แต่ครูก็ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ (ผู้ที่รู้จักครูจะทราบดี) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้ทำงานร่วมกัน (อาจมีการสัญจรไปตามที่ต่าง ๆ บ้างนะคะ)
ลงชื่อสมัครได้เลยนะคะ เขียนแค่ ชื่อ ที่อยู่ (ไม่ต้องมีบ้านเลขที่) ตำบล อำเภอ จังหวัด ก็พอค่ะ
(ส่วนใครมีข้อสงสัยแคลงใจว่าครูใช้เงินส่วนนี้ทำอะไรบ้าง หากเรามีคณะกรรมการพร้อมก็จะได้แจกแจงได้อย่างชัดเจน และการทำครั้งนี้ รู้ว่าผู้ใหญ่หลายท่านอาจไม่เห็นด้วย ก็ต้องขออภัยนะคะ แล้วข้อสงสัยว่าครูสละตรงนี้จริงหรือไม่ อยากบอกว่าครูต้องทำ คือหยุดการสอนพิเศษไป แต่ยังสอนที่ประจำอยู่ปกติ พื้นที่ที่จะนำมาใช้สร้างสถานที่ ก็เป็นพื้นที่ที่คุณแม่สามีใช้ประกอบอาชีพค่ะ เราเลยไม่สามารถควักกระเป๋าได้แล้ว และขอบคุณกับความหวังดีอย่างยิ่งที่เสนอว่าน่าจะไปวัดมากกว่า จริงอยู่ค่ะ แต่ที่วัดไม่สามารถไปตั้งชมรมที่เราจะเข้า ๆ ออก ๆ ได้เหมือนที่ของเราเองนะคะ ส่วนขาดเหลือ ไม่ครบจำนวน หรือเกิน ทางครูและครอบครัวจะช่วยกันค่ะ )
ขอบคุณทุกท่านที่ยังคงเป็นกำลังใจให้นะคะ แม้ว่าอนาคตพ่ออาจเลื่อนเวลาให้ แต่วันนี้ถ้าเราทำให้ดีที่สุด และปลูกฝังจิตใจของเด็ก ๆ หรือผู้คนได้ ให้มีพื้นฐานของความเป็นคนดี จิตดีอย่างเท่าเทียมกัน คงดีไม่น้อยนะคะ อนุโมทนาผู้ที่สนับสนุนอีกครั้งค่ะhttp://www.facebook.com/?ref=home#!/note.php?note_id=193744057313697
ดังนั้นจึงขอจัดตั้งชมรมธรรมะ และภัยพิบัติ ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ และต้องการรับสมัครสมาชิกชมรมค่ะ ไม่จำกัดอายุ เพศ ศาสนา และสถานที่อยู่ ส่วนสถานที่ ที่จะใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการในครั้งนี้ที่แรก คือที่บ้านครูตูน ต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจุดประสงค์ของการก่อตั้งชมรมมีดังนี้
1. เพื่อมุ่งเน้นในการให้ความรู้แก่ผู้สนใจในเรื่องธรรมะ (ทุกศาสนาและลัทธิ)
2. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้ในเรื่องธรรมชาติ และภัยพิบัติที่คาดว่าเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
3. เพื่อมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับจักรวาล
4. เพื่อปลุกจิตสำนึกในการเข้าสู่ธรรมชาติและจักรวาล รวมทั้งกระตุ้นเตือน ระวังภัยต่าง ๆ ทั้งจากมิติที่ตามองเห็น และรับรู้จากสัมผัสอื่น ๆ
5. เพื่อมุ่งเน้นการเตรียมตัว เตรียมจิต ในการรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตในหลาย ๆ ด้าน (เราเน้นด้านจิตใจเป็นสำคัญ)
ท่านใดเห็นด้วย และสนใจ สามารถสมัครสมาชิกได้ที่นี่เลยนะคะ ครูจะได้จัดลำดับสมาชิก และทำการคัดเลือก (จะใช้วิธีช่วยกันแสดงความคิดเห็น) คณะกรรมการในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประชุม, การจัดกิจกรรมพบปะ พูดคุย และเตรียมการณ์, การรายงานผล ฯลฯ เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงต่อไป
และเมื่อมีสมาชิก และคณะกรรมการแล้ว หากสมาชิกมีความต้องการให้มีกิจกรรมส่งเสริมใด ๆ หรือหากจะมีการปรับเปลี่ยนจุดประสงค์ในการดำเนินงานที่ครูได้เสนอไว้คร่าว ๆ แล้วข้างต้น จะได้ดำเนินการต่อไป
ท่านที่สนใจสมัครสมาชิก กรุณาลงชื่อได้เลยนะคะ เอาเป็นชื่อจริงหรือชื่อในเฟซก่อนก็ได้ค่ะ ต้องรีบด่วน เพราะเราจะต้องจัดตั้งสถานที่ตามที่แจ้ง โดยรวบรวมเงินบริจาคให้ได้ 100,000 บาทก่อนวันที่ 15 มี.ค.54 และเริ่มก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 เม.ย. 54 จากนั้นต้องขึ้นป้ายบริจาค ป้ายชมรม และทำบุญ เลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคล ในวันที่ 7 เม.ย. 54 น่ะค่ะ อาจรู้สึกว่ากระชั้นชิดเกินไป แต่มันเร่งมากแล้ว มนุษย์ยากจะสำนึกหากเราไม่ดำเนินการ และใครต้องการซองรับบริจาคก็บอกกันนะคะ หรือถ้าจะใช้โอนด้วยหมายเลขบัญชีก็ต้องรอถึงวันจันทร์ค่ะ เพราะครูจะสอนพิเศษครั้งสุดท้ายสิ้นเดือนนี้แล้วค่ะ จากนั้นก็จะดำเนินกิจกรรมสาธารณะอย่างเต็มตัวแล้ว ดังนั้น ปัจจัยในการดำเนินงานจึงต้องอาศัยผู้อื่นไม่สามารถควักกระเป๋าได้เองแล้ว (อีกต่อไป เพราะไม่ได้สอนพิเศษ) ต้องขออภัยหากกิจกรรมนี้จะขัดใจใครไปบ้าง แต่ครูก็ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ (ผู้ที่รู้จักครูจะทราบดี) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้ทำงานร่วมกัน (อาจมีการสัญจรไปตามที่ต่าง ๆ บ้างนะคะ)
ลงชื่อสมัครได้เลยนะคะ เขียนแค่ ชื่อ ที่อยู่ (ไม่ต้องมีบ้านเลขที่) ตำบล อำเภอ จังหวัด ก็พอค่ะ
(ส่วนใครมีข้อสงสัยแคลงใจว่าครูใช้เงินส่วนนี้ทำอะไรบ้าง หากเรามีคณะกรรมการพร้อมก็จะได้แจกแจงได้อย่างชัดเจน และการทำครั้งนี้ รู้ว่าผู้ใหญ่หลายท่านอาจไม่เห็นด้วย ก็ต้องขออภัยนะคะ แล้วข้อสงสัยว่าครูสละตรงนี้จริงหรือไม่ อยากบอกว่าครูต้องทำ คือหยุดการสอนพิเศษไป แต่ยังสอนที่ประจำอยู่ปกติ พื้นที่ที่จะนำมาใช้สร้างสถานที่ ก็เป็นพื้นที่ที่คุณแม่สามีใช้ประกอบอาชีพค่ะ เราเลยไม่สามารถควักกระเป๋าได้แล้ว และขอบคุณกับความหวังดีอย่างยิ่งที่เสนอว่าน่าจะไปวัดมากกว่า จริงอยู่ค่ะ แต่ที่วัดไม่สามารถไปตั้งชมรมที่เราจะเข้า ๆ ออก ๆ ได้เหมือนที่ของเราเองนะคะ ส่วนขาดเหลือ ไม่ครบจำนวน หรือเกิน ทางครูและครอบครัวจะช่วยกันค่ะ )
ขอบคุณทุกท่านที่ยังคงเป็นกำลังใจให้นะคะ แม้ว่าอนาคตพ่ออาจเลื่อนเวลาให้ แต่วันนี้ถ้าเราทำให้ดีที่สุด และปลูกฝังจิตใจของเด็ก ๆ หรือผู้คนได้ ให้มีพื้นฐานของความเป็นคนดี จิตดีอย่างเท่าเทียมกัน คงดีไม่น้อยนะคะ อนุโมทนาผู้ที่สนับสนุนอีกครั้งค่ะhttp://www.facebook.com/?ref=home#!/note.php?note_id=193744057313697
มนุษย์หนอมนุษย์
มนุษย์ อยากได้บุญ แต่ไม่ทำบุญทำทาน
อยากขึ้นสวรรค์ ไม่ทำดี
อยากหลุดพ้น ไม่ปฏิบัติทางธรรม
อยากรู้ข่าวเพื่อระวังภัย แต่ไม่ติดตามข่าว
เรื่องธรรมะ ไม่อยากฟัง
เรื่องดวง ชอบ ตื่นตัวกันนัก
เรื่องให้ทำจิตให้ดี ให้สงบ ไม่อยากฟัง ไม่อยากรู้วิธี ขี้เกียจปฏิบัติ
เรื่องทำอย่างไรให้รอดจากการที่จิตสงบ ก็ไม่ฟังแต่แรกจะรู้ได้ไง บอกไปก็เท่านั้น แต่มิได้นำพา ครูก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ นะ
อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนจริง ๆ
แต่เมื่อมีคนชี้ทางก็ไม่ยอมเดินตาม
ทางชั่ว ทางเลว ชอบเดินเข้าไปกันนัก
ทางดี ทางชอบ ว่ามันไม่เร้าใจ เฮ้อ....
อยากขึ้นสวรรค์ ไม่ทำดี
อยากหลุดพ้น ไม่ปฏิบัติทางธรรม
อยากรู้ข่าวเพื่อระวังภัย แต่ไม่ติดตามข่าว
เรื่องธรรมะ ไม่อยากฟัง
เรื่องดวง ชอบ ตื่นตัวกันนัก
เรื่องให้ทำจิตให้ดี ให้สงบ ไม่อยากฟัง ไม่อยากรู้วิธี ขี้เกียจปฏิบัติ
เรื่องทำอย่างไรให้รอดจากการที่จิตสงบ ก็ไม่ฟังแต่แรกจะรู้ได้ไง บอกไปก็เท่านั้น แต่มิได้นำพา ครูก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ นะ
อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนจริง ๆ
แต่เมื่อมีคนชี้ทางก็ไม่ยอมเดินตาม
ทางชั่ว ทางเลว ชอบเดินเข้าไปกันนัก
ทางดี ทางชอบ ว่ามันไม่เร้าใจ เฮ้อ....
วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2554
ได้เห็นปู่ฤาษีนารอดครั้งแรก
ได้เห็นปู่ฤษีนารอดครั้งแรก
คืนหนึ่งของเด็กผู้หญิงอายุ ๖ ขวบครึ่งคนหนึ่ง ณ หลังบ้านที่เป็นห้องแถวให้เช่า เวลาประมาณ ๑๙,๓๐น. ขณะที่พ่อกำลังยืนคุยตามประสาคนบ้านติดกันกับเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ในขณะที่ดิฉันกำลังเดินดูต้นไม้ ใบหญ้า พืชสมุนไพรต่าง ๆ ที่พ่อทำการเพาะปลูกไว้เป็นพืชผักสวนครัวที่บ้าน ดิฉันซึ่งขณะนั้นยังเด็ก และไม่เคยเห็นอะไรแปลกประหลาดมาก่อน มองเห็นเงา ๆ หนึ่งพาดผ่านอยู่บนพื้นดินตรงหน้า เมื่อมองเงานั้นแล้วพิจารณาได้ว่าสิ่งที่เห็นต้องอยู่บนหลังคาบ้าน ภาพเงาที่พาดผ่านอยู่ในขณะนั้นคือภาพของ “ปู่ฤษี” ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นฤษีตาไฟ เพราะพ่อบูชาฤษีตาไฟอยู่ จึงเรียกให้พ่อดู พ่อก็มองไม่เห็น พอดิฉันชี้ไปที่บนหลังคา ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของดิฉันกลับไม่ใช่ฤษี แต่กลับเป็นแมวลายเสือธรรมดา ๆ ตัวหนึ่ง แต่ก็ให้แปลกใจยิ่งนักที่ว่า “เหตุใดภาพเงาที่ถอดผ่านลงมายังพื้นดินเบื้องหน้า กลับเป็นภาพของท่านฤษีไปได้ อีกอย่างลักษณะของฤษี (ซึ่งรูปร่างเหมือนมนุษย์มาก) กับแมว หากนำมาเทียบขนาดกัน ย่อมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ความสงสัยนั้นได้ถูกปล่อยวางไปเพราะพ่อและเพื่อนบ้านตอบตรงกันว่า “ช่างเหอะ คงไม่ใช่หรอกนะ” ก็ไม่เป็นไรเราได้เห็น เค้าไม่ได้เห็นกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนวิเศษ หรือบ้ากว่าชาวบ้านเค้าก็พอ เรื่องนี้ก็ยังติดอยู่ในใจและสงสัยมานานจนบัดนี้
คืนหนึ่งของเด็กผู้หญิงอายุ ๖ ขวบครึ่งคนหนึ่ง ณ หลังบ้านที่เป็นห้องแถวให้เช่า เวลาประมาณ ๑๙,๓๐น. ขณะที่พ่อกำลังยืนคุยตามประสาคนบ้านติดกันกับเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ในขณะที่ดิฉันกำลังเดินดูต้นไม้ ใบหญ้า พืชสมุนไพรต่าง ๆ ที่พ่อทำการเพาะปลูกไว้เป็นพืชผักสวนครัวที่บ้าน ดิฉันซึ่งขณะนั้นยังเด็ก และไม่เคยเห็นอะไรแปลกประหลาดมาก่อน มองเห็นเงา ๆ หนึ่งพาดผ่านอยู่บนพื้นดินตรงหน้า เมื่อมองเงานั้นแล้วพิจารณาได้ว่าสิ่งที่เห็นต้องอยู่บนหลังคาบ้าน ภาพเงาที่พาดผ่านอยู่ในขณะนั้นคือภาพของ “ปู่ฤษี” ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นฤษีตาไฟ เพราะพ่อบูชาฤษีตาไฟอยู่ จึงเรียกให้พ่อดู พ่อก็มองไม่เห็น พอดิฉันชี้ไปที่บนหลังคา ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของดิฉันกลับไม่ใช่ฤษี แต่กลับเป็นแมวลายเสือธรรมดา ๆ ตัวหนึ่ง แต่ก็ให้แปลกใจยิ่งนักที่ว่า “เหตุใดภาพเงาที่ถอดผ่านลงมายังพื้นดินเบื้องหน้า กลับเป็นภาพของท่านฤษีไปได้ อีกอย่างลักษณะของฤษี (ซึ่งรูปร่างเหมือนมนุษย์มาก) กับแมว หากนำมาเทียบขนาดกัน ย่อมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ความสงสัยนั้นได้ถูกปล่อยวางไปเพราะพ่อและเพื่อนบ้านตอบตรงกันว่า “ช่างเหอะ คงไม่ใช่หรอกนะ” ก็ไม่เป็นไรเราได้เห็น เค้าไม่ได้เห็นกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนวิเศษ หรือบ้ากว่าชาวบ้านเค้าก็พอ เรื่องนี้ก็ยังติดอยู่ในใจและสงสัยมานานจนบัดนี้
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)