วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559

ดูดวงประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2559

วันอาทิตย์

เป็นช่วงเวลาที่คุณจะมีโอกาสพูดคุย วางแผน หรือแม้แต่ได้เดินทางไปต่างบ้านต่างเมือง, ไปท่องเที่ยวทะเล หรือสถานที่ที่ติดทะเล     ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการได้พบปะเพื่อนใหม่   ได้เปิดโลกกว้างมากขึ้น  แต่กระนั้นก็เถอะ  ข้อแย่ๆ ในรอบนี้ก็มีคือ  คุณจะเสียเงินทองในการใช้จ่ายสัพเพเหระ จิปาถะหลายสิ่งที่ฟุ่มเฟือย  ดูเหมือนใช้จ่ายไม่มากเพราะไม่ได้จ่ายเป็นเงินก้อน  แต่หาได้รู้ไม่ว่า  พอปลายเดือนคุณจะแทบไม่เหลือเงินเลย  (ใช้เงินไม่รู้ตัว)

วันจันทร์

ท่านที่เกิดวันจันทร์ในรอบนี้ หากท่านประสงค์จะทำการสิ่งใด แนะนำว่าเหมาะนักแล  แต่! ท่านควรจะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์  หรือกราบไหว้บิดามารดา ซึ่งท่านคือพระประจำบ้านเราที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแล้ว   จำไว้ว่าไม่ว่าจะทำอะไร หรือเดินทางไปไหนมาไหน ขอให้ท่านขอคำอวยพรจากพ่อแม่นะคะ  ท่านจะเจอแต่สิ่งดีๆ ในปักษ์นี้ค่ะ    #ข้อห้าม#  งดการคบเพื่อนใหม่   คบแฟนใหม่  ใครมาจีบเราใหม่ในตอนนี้ขอให้หนีห่างไว้ก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียใจในภายหลังนะคะ

วันอังคาร

เป็นช่วงเวลาที่คุณอยู่กับโลกที่ขุ่นๆ   จะสดใสก็ไม่สุดๆ   จะแย่ก็ไม่แย่สุดๆ  เป็นช่วงที่น่าอึดอัดเพราะมันหาคำตอบหลายๆ สิ่งในชีวิตไม่เจอจริงๆ ค่ะ   แต่ถามว่าจะทุกข์จะแย่ไม๊?  ขอตอบว่าไม่ค่ะ  เพราะมันแค่ไม่สุดสักอย่าง ไม่ทุกข์สุดๆ และไม่ได้สุขสุดๆ  ชีวิตกลางๆ อึมครึม มัวๆ  มองเห็นทางเดินแต่ไม่ชัดเจน  แต่ก็ยังเดินต่อไปได้    การเงินก็ใช้เรื่อยๆ แต่ก็มีเงินเข้ามาเติมเรื่อยๆ เช่นกัน   จะว่าไปแล้วถือว่าเป็นปักษ์ที่มีชีวิตประจำวันไม่หวือหวา ไม่ผาดโผนเลยค่ะ  เรื่อยๆ เหลือเกิน

วันพุธ (กลางวัน)

สาธุ  สาธุ  สาธุ   ปักษ์นี้คุณจะมีจิตใจที่สงบและปล่อยวางมากๆ หลังจากเจอความวุ่นวายมาก่อนหน้านี้หรือมีจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมาก่อนหน้านี้   คุณโคตรสงบเลยค่ะ   แต่ให้ระวังความสงบสยบความเคลื่อนไหวนะคะ   ปักษ์หน้าอาจจะมีอะไรมาก่อกวนให้คุณไม่สงบก็ได้  ดังนั้นให้อยู่อย่างสงบแต่มีสติอยู่เสมอนะคะ  คิดเสมอว่ามันมีเกิดก็มีดับ  มีสุขย่อมมีทุกข์ตามมา

วันพุธ (กลางคืน)

ช่างสบายใจอะไรเช่นนี้  ถือเป็นช่วงที่คุณผ่อนคลายหลังจากเจองานหนักมาระยะยาวๆ ที่ผ่านมา  ความสำเร็จจากการเริ่มอะไรใหม่ๆ กำลังจะเกิดขึ้น  ดังนั้นใครที่เริ่มธุรกิจมาระยะนึงแล้วไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าเสียที  จมหรือย่ำอยู่กับที่มานาน  ให้คุณมีกำลังใจเข้าไว้นะคะ  เงินจากลูกค้ารายใหม่และรายใหญ่กำลังเข้ามาค่ะ

วันพฤหัสบดี

โอ่ว......................ขอบอกเลยว่าความทุกข์ที่แน่นอกมานาน  มันกำลังจะถึงกาลระเบิดก็ครานี้  ดั่งดินปืนในกระบอกที่อัดๆๆๆ แน่นเอาไว้รอวันจุดไฟระเบิดค่ะ   แต่ก็ดีนะคะ ได้ระเบิดออกมาก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่อึดอัด     ให้คุณระวังเรื่องอุบัติเหตุทางบกหน่อยนะคะ  ฟืนไฟให้ระไวระวังให้ดี  เช็คไฟ  เช็คไฟฟ้าที่บ้านให้หนักนะคะ  อีกทั้งเรื่องอาการปวดท้องไม่รู้สาเหตุก็จะเข้ามาด้วยค่ะ  จะกินอะไรก็ให้ดูตาม้าตาเรือดีๆ ว่าสะอาดพอหรือไม่   (ดวงลบเลยค่ะรอบนี้)

วันศุกร์

แนะนำให้คุณไปทำบุญ  สร้างบุญอะไรก็ได้   สวดมนต์  กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่บ้านเป็นดีที่สุดค่ะ  เพราะหากคุณปฏิบัติทางบุญตั้งแต่รอบนี้  คุณจะได้เจอสิ่งดีๆ ในอีก 2 ปักษ์ถัดไป    ความสงบ  สว่างของคุณมันทำให้คุณอิ่มใจ    ได้มีโอกาสทำบุญทำทานกับเพื่อนๆ หรือครอบครัวนะคะ  สาธุๆๆ

วันเสาร์

คุณต้องวุ่นวายกับการจัดการเงินทองหรือเอกสารสัญญา  เอกสารการเรียน วิจัยหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีเอกสารเข้ามาเกี่ยวข้อง    คุณต้องวุ่นวายกับการรับเงิน  รับเช็คที่ไม่ใช่เงินของตัวเอง  (โถ...เงินคนอื่น)    ต้องรับผิดชอบเงินและเช็คที่คนนำมาจ่ายให้ในหน่วย0งานของคุณ  ระวังหายนะคะ    ระวังความระหองระแหงที่เกิดขึ้นระหว่างเพื่อนกับเพื่อนกันนี่แหละค่ะ  มันจะเคลียร์กันไม่ลงตัว ขอให้ใจเย็นๆ นะคะ

หมดแล้วค่ะ  ครบทั้ง 8 ช่วงวันแล้ว  ขอให้ทุกท่านโชคดี  อะไรไม่ดีก็แก้ไขนะคะ  สวัสดีค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ดวงประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2559

วันอาทิตย์ - 

ท่านจะเจอแต่สิ่งที่แย่ๆ เข้ามาตลอด 2 สัปดาห์  หาคำตอบไม่เจอ ไม่ว่าจะเรื่องความรัก เรื่องเพื่อนหรือเจ้านาย แม้แต่การเงิน   มีเรื่องต้องเสียเงินเข้ามาแม้จะไม่มากนักแต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  ทั้งหมดจะหนักในช่วงสัปดาห์แรก  อย่าได้เครียด มันจะผ่านพ้นไปได้ใน 2 สัปดาห์นะคะ สู้ๆ ค่ะ

วันจันทร์ -

เป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้รับความเมตตาจากหลายๆ ด้าน แม้จะดูเหมือนโชคดี แต่ข้อเสียคือ เวลาเราต้องการเร่งงานใคร พวกเขาก็จะส่งงานคุณอย่างยืดยาดเฉื่อยแฉะ  ไม่ค่อยมีพลังงานที่จะส่งเสริมการงานของคุณเอาเสียเลย  ดังนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่คุณใช้ชีวิตเรื่อยๆ เปื่อยๆ ได้แม้ไม่เต็มร้อยเพราะงานก็รอจะส่ง  แต่ในเมื่อมันเร่งไม่ขึ้นก็ไม่ต้องใส่ใจหรือกังวลใจมากนักนะคะ เพราะพอผ่าน 2 สัปดาห์นี้ไปแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเองค่ะ  (ไฟลนก้น เดี๋ยวงานก็เร่งได้ค่ะ)

วันอังคาร-

เป็นช่วงเวลาที่ท่านอยากเก็บตัวมากที่สุด อยู่กับตัวเอง อยู่ที่บ้าน หมกตัวสักพัก เบื่อสิ่งแวดล้อมภายนอกอย่างมากค่ะ   สิ่งที่ต้องระวังมากๆ ในช่วงนี้คือเรื่องสุขภาพภายใน อันได้แก่ระบบหายใจ (ปอด)  ตับ  ไต หัวใจ   ให้หาอาหารใส่ปากแบบที่มีประโยชน์หน่อยนะคะ  เน้นของร้อนค่ะ  อาหารหรือสมุนไพรที่ให้ความร้อน เช่น  ใบกระเพรา   น้ำขิง   เม็ดพริกไทย

วันพุธกลางวัน- 

เรื่อยๆ เย็นๆ ใจแบบที่ปล่อยวางและสบายใจได้มากที่สุดเท่าที่ผ่านมาเลยค่ะ   การเงินเข้ามาอย่างเต็มที่แต่ก็จ่ายออกอย่างเต็มที่จริงๆ อยากได้อะไรก็ได้เป็นเจ้าของแต่ต้องเป็นเงินตัวเอง ดังนั้น เงินเข้ามาแล้วใช้ไป สุดท้ายจะมานั่งเสียดายนะคะ   อย่าลืมแยกเงินไว้เก็บด้วยค่ะ ไม่เช่นนั้นเงินเข้ามาง่ายๆ ในช่วงนี้  มันก็ออกไปง่ายๆ ได้เช่นกันค่ะ    ระวังอุบัติเหตุเกี่ยวกับน้ำ ไม่ว่าจะลื่นหกล้ม หรือมือเปียกแล้วจับปลั๊กไฟ เดินทางริมทะเล ริมน้ำ หรือคลองส่งน้ำ ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะคะ    เพราะเป็นช่วงที่ท่านจะสบายใจอย่างมาก บางทีก็คิดอะไรเพลินๆ จนเหม่อลอยอุบัติเหตุก็จะเกิดได้ง่ายค่ะ


วันพุธกลางคืน-

ว้าวๆๆๆ ต้องขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยนะคะ เพราะเป็นช่วงที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะราบรื่น แต่อย่าลืมว่ามีเทวดาประจำตัวคอยช่วยเหลืออยู่ ท่านจึงทำไปอย่างราบรื่นทุกสิ่ง  ดังนั้นอย่าลืมสวดมนต์ ปฏิบัติธรรมและเชิญเทวดาประจำตัวของท่านไปร่วมปฏิบัติด้วยทุกครั้ง อีกทั้งอย่าลืมแผ่บุญถึงสรรพวิญญาณด้วยนะคะ
แต่จะว่าไปในส่วนนี้ก็เหมือนดาบสองคม มีดีมีแย่  หากท่านละเลยไม่ปฏิบัติในสิ่งที่กล่าวแนะนำไปข้างต้นแล้วนั้น  การงานหรือสิ่งต่างๆ ก็ตามที่ท่านรอคำตอบให้สมหวัง  ท่านจะได้คำตอบที่โดนใจแต่จะอยู่กับท่านไม่นาน เช่น  ได้งานที่อยากได้ แต่ทำไม่นานก็จอดต้องบอกลาบ๊ายบายในไม่ช้า  ดังนั้นอย่าลืมปฏิบัติธรรมนคะ

วันพฤหัสบดี-

โอว................แย่แล้วค่ะ  จำไว้ว่าอะไรที่ท่านคิดว่าตัดสินใจไว้ดีแล้ว  มันจะดีเพียงช่วงแรกเท่านั้นแต่หลังจากนั้นในท้ายๆ ปักษ์ ท่านจะเจอแต่สิ่งที่ท่านไม่อยากเจอ  ช่วงปักษ์นี้เป็นเวลาที่ท่านต้องใช้ความคิดตริตรองในการตัดสินใจแบบที่เรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตท่านเลยเชียวนะ  ถ้าตัดสินใจผิดมันจะกลับลำยากเลยค่ะ  แถมท่านเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากๆ ในเรื่องของการตัดสินใจเสียด้วยสิ  มันเป็นการยากที่ท่านจะฟังคนรอบข้าง  หากท่านคิดว่าใช่แล้วมันต้องใช่ แต่หารู้ไม่ว่ามีหลายสิ่งที่ท่านไม่รู้  ดังนั้นจำไว้ว่า "จิ้งจกทัก คนเรายังหยุดฟัง  ถ้าคนทัก  ก็น่าจะหยุดฟังแล้วคิดบ้างนะคะ"  บางอย่างที่ต้องตัดสินใจหากมันยืดเวลาไปช่วงครึ่งเดือนหลังได้ก็ขอให้ยืดไปก่อน ไม่อยากให้รีบเกินไปค่ะ เดี๋ยวมันจะกลับไม่ได้ไปไม่ถึง

วันศุกร์-

อุ๊ตะ! ท่านที่โสด จะเป็นช่วงปิ๊งๆๆๆๆ กับรักหวานชื่นหรือเจอคนที่เรารู้สึกว่าใช่มาทำให้หัวใจวาบหวิว  ส่วนท่านที่มีคู่อยู่แล้ว ความรักของท่านจะยิ่งหอมหวานจนคนอื่นมองว่าเลี่ยนไปเลยค่ะ   ช่วงนี้อยากแนะนำว่าเป็นช่วงที่เหมาะจะวางแผน วาดฝันอะไรใหม่ๆ  เจอคนที่มีมุมมองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือผู้ที่จะพร้อมร่วมอุดมการณ์เดียวกัน  ถือว่าจะได้ต่อเติมฝันที่อยากทำในอนาคตต่อไป  แต่ปักษ์นี้ต้องขอเตือนท่านที่เกิดวันศุกร์นะคะว่า  อาการท้องอืดท้องเฟ้อเรอเหม็นเปรี้ยว ปวดท้องแน่นเว่อร์จนหัวเหอมืนไปหมดนั้นจะเกิดขึ้นปลายๆ ปักษ์   อาการอาหารไม่ย่อย โรคกระเพาะและลำไส้ทำพิษ จะกินอะไรก็ระวัง อีกทั้งให้เตรียมๆ ยาระบายลม ยาลดกรดติดตัวไว้บ้างนะคะ

วันเสาร์-

เฮ้อ.....................ปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ ดูเหมือนจะยกออกไปจากอกยากพอสมควรนะคะ  เกินจะบรรยายค่ะ มันเป็นเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยจนเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่เป็นเรื่องปกติที่แสนจะอึดอัดค่ะ  ท้ายๆ ปักษ์พูดเลยว่า ท่านจะอึดอัดจนไม่อยากก้าวไปทางไหนเลย เพราะไม่ว่าจะทำอะไร พูดอะไร ไปทางไหน มันเหมือนผิดที่ผิดทาง ทำอะไรก็ไม่ถูกไม่ต้องไปซะหมด   อดทนหน่อยนะคะ  เวลาดีๆ กำลังรอคุณอยู่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  ต้องทนช้ำระกำชอกไปก่อนนะคะ   แต่สิ่งที่ดีก็จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้จริงๆ นะคะ หนี้สินที่เป็นอยู่จะได้ปลดล็อกได้เร็วๆ นี้ค่ะ


วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กินเที่ยวเฟี้ยวฟ้าวเกาหลีด้วยตัวเอง 17 วัน หลายเมือง (Day 2 KTX ไป ปูซาน ภาค 1)

ต่อจากภาคที่ 1 หลังจากเดินทางยาวนานด้วยเครื่องบินโดยสาร Jinair สายการบิน Low Cost จากสนามบินสุวรรณภูมิรอบดึก  ในที่สุดก็มาถึงอินชอน เกาหลีใต้โดยสวัสดิภาพ เรามาต่อกันเลยดีกว่านะคะ


นี่ไง "นาเกลือ" ฮ่าๆๆๆ ไม่ใช่หรอก  หิมะบนสนามบินค่ะ  หนาวมาก คนไม่เคยเจอความหนาว พอได้เจอปุ๊บ ใจมันหว่าเว้ เหว่ว้าทันที คิดถึงลูกและสามีไปเยอะเลย ไม่อยากลงจากเครื่องบินเลยค่ะในตอนนั้น แต่เดี๋ยวเราไปผ่านขั้นตอนของ ตม. มหาโหดในตำนานกันนะคะ   ในส่วนนั้นเค้าห้ามถ่ายรูป ดังนั้นจะเล่าแบบไร้รูปกันไป อย่าเพิ่งเบื่อนะคะหลังจากเดินออกจากเครื่องมาแล้ว  พวกเราทุกคนต้องเข้าไปให้ ตม. ตรวจพาสปอร์ตและตัดสินใจว่าจะให้พวกเราคนใดได้เข้าไปเหยียบประเทศเขา  หรือจะปั๊มตราหน้าว่า "มาแล้วนะ แต่อดเข้าย่ะ หวายๆๆ"#ในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ เพราะไม่รู้จักว่า ตม.จะดีจะร้ายสักเท่าไร  การไปเที่ยวครั้งแรก โลกสวยเลยค่ะ อะไรก็ดีไปหมด มองแต่ด้านบวก ไม่คิดว่า ตม.จะใจร้ายไม่ให้เข้าจะทำอย่างไร(พลาดได้ไงนะ)  พวกเราก็ไปยืนต่อแถวกันค่ะ   เรายืนในแถวที่ 2 นับจากด้านซ้ายมือ...............

ยืนมองนั่นมองนี่ไปทั่ว ตามประสาคนไม่เคยมา ตื่นตาตื่นใจ (มั้ง) และอยากรู้อยากเห็นจนใกล้ถึงคิวของตัวเองแล้ว เย้ๆๆ จะได้เดินออกไปจากตรงนี้ซะที

และแล้วเวลานั้นก็มาถึง   คิวของฉันมาถึงแล้ว..................  กำลังจะก้าวขาออกไปหา ตม.ด้วยความมั่นใจ ฮึ๊บ!!!   วู่บๆๆ ฉับๆๆ  (อะไรแว๊บๆ???)
หญิงสาวนางหนึ่ง  ผมตรงยาวกำลังดีโกรกสีทองสวยงาม หน้าตาแช่มช้อย สวมเสื้อขนเฟลอร์ (จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ได้ รู้แต่ว่าเสื้อมันเป็นขนๆ ฟูๆ ฟรุ้งฟริ้ง) สีขาวราวคุณหนูหลุดจากนิตยสารก็ไม่ปาน  แต่มองไปมองมาดูราวกับไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวเลย นางเคยอยู่แถวที่ 3 (ด้านซ้ายมือของเรา) แต่เดินตัดหน้าเราไปทางแถวที่ 1 (ขวามือของเรา) แล้วก้าวเดินฉับๆๆ เข้าช่องที่ 1 (เพื่ออะไรคะน้อง???  คือมันคิวของคนที่ต่ออยู่ช่องนั้นไม่ใช่เหรอ?)  ผู้หญิงคนนั้นไม่สนใจเลยว่าจะมีใครเสียใจหรือกร่นด่าที่เธอตั้งใจตัดหน้าเขาไปหา ตม.ตรวจก่อนทั้งที่ไม่ใช่คิวของนาง   คนจากแถวที่ 1 จึงสลับไปเข้าช่องที่ 2 แทนที่เราด้วยสีหน้าเซ็งๆ และอึกๆ อักๆ   เหมือนทำอะไรไม่ค่อยถูก มือกำพาสปอร์ตไว้แน่น อ้าว! แล้วเราล่ะ????  เราก็เลยต้องขยับไปเข้าช่องที่ 1 (เป็นงั้นไป เอาไงก็ได้ ขอให้ได้ไปก็แล้วกัน)
เวลาผ่านไประยะอึดใจแม้ว........  ถึงคิวเราแล้วๆๆๆ   (จนท.วันนี้เป็นชายหนุ่มหล่อแบบน่าจะผ่านมือหมอเพราะดูแล้วไม่ใช่เกาหลีโบราณ)
เรา- สวัสดีค่ะ (ภาษาอังกฤษ แล้วยิ้มนุ่มนวลเท่าที่จะทำได้และให้ดูจริงๆ ใจที่สุด  พยามมองเข้าไปในตา ตม. ให้รู้ว่า เหย...แก  ชั้นมาเที่ยวจริงๆ นะ)
จนท. - (พยักหน้า หยิบพาสฯ ของเราไปแบบไม่ได้มองหน้าเราสักนิดเดียว  เปิดๆๆๆ แล้วมาหยุดชะงักตรงจุดที่ปั้ม ตม.ของกัมพูชา  เขมรนี่เอง  ไปตั้ง 2 ครั้ง  คือแค่เข้าไปนะ ไม่ได้ไปเล่นคาสิโนเลย  ปั้มๆ เหอะไอ้หนุ่ม  พี่ง่วง)
แล้วเจ้าหนุ่ม ตม. ก็ส่งพาสฯ คืนเรามาพร้อมกับพูดว่า "Have a nice trip, Welcome to Korea"
ยิ้มกว้างเลยค่ะดิฉัน  รออะไรคะ  ขอบคุณแต๊งกิ้วแล้วรับมาเลย   

อ.....แต่แปลกนะคะ   ผู้หญิงคนที่ปาดหน้าเค้กเราไปหา ตม.ริมขวานั่น  ป่านนี้ยังยืนอธิบาย กางเอกสารให้ ตม.ตรวจอยู่เลย  เอกสารเยอะจนเหมือนจะควักโฉนดที่ดินมาโชว์เลยจ้า...............

เอาล่ะ! มารอกระเป๋าเลยดีกว่านะคะ..............

(ไอ้เราก็เตรียม Plan เที่ยว พร้อมทั้งใบจองที่พักซะเรียบร้อย จะจองอย่างไร เอาไว้รายละเอียดต่อไปนะคะ  ตอนนี้ไปรับกระเป๋ากันก่อนค่ะ)


มาแล้วๆๆ กระเป๋าของเจ้  เวลคัม ทู โคเรีย
ด้วยความที่คิดว่าไปเมืองไกลๆ ก่อนก็แล้วกัน แล้วค่อยเข้ามาเที่ยวโชลวันหลังๆ  เราเลยจองตั๋วรถไฟ KTX ซึ่งเป็นรถไฟหัวจรวดที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ค่ะ  แต่เอ่อ..............ไม่มีการขายในตอนนี้นะคะ เพราะเราออกมาจากประตูผู้โดยสายขาเข้าตอน 6.30 น.  ต้องรอ 8.30 น. ค่ะ
หาเสบียงในกระเป๋าที่ได้มาจากบนเครื่องนั่นแหละค่ะ มากินไปก่อน ในเวลานี้  แค่มองเพดาน  มองผู้คนก็เริ่มสุขแล้วค่ะ  แต่จะว่าไปมันก็เหงาๆ หน่อยนะคะ  ดีที่รอบๆ เราได้ยินเสียงคณะทัวร์จากไทยมากมาย 2-3 กลุ่ม  เลยทำให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยวนัก   ได้ยินเสียงภาษาแม่ก็ยังดีค่ะ
..................................

นั่งรอไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาซื้อตั๋ว  เราก็ไปซื้อนะคะ   แล้วก็ไปรอขึ้นรถไฟค่ะ

เราได้มาแล้วนะคะ  ตั๋วรถไฟหัวจรวด KTX  ราคาไปปูซาน (ไปที่นั่นก่อนเลยค่ะ เที่ยวไกลๆ ก่อนนะ) ราคา 61,700 วอน (ตอนนั้นก็เอาไปคูณ 0.36 นะคะ)  เรียกขึ้นรถตอน 9.14 น. และจะออกจากชานชลาที่ 2    และจะไปถึงปูซานตอน 11.58  น.  (ใช้เวลาไม่นาน  แต่ก็คิดว่าเดี๋ยวไปนอนที่นั่นก็ได้ หลังจากอดหลับอดนอนบนเครื่องมา 5.50 ชม.  เอาล่ะ  เราไปที่ชานชลากันดีกว่าค่ะ
เราต้องนั่งรถไฟแอร์พอร์ตมาลงที่สถานีโซลหรือ Soeul Station ก่อนนะคะ  (ตอนนั้นเราก็ซื้อบัตร T-Money ที่ใช้ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ  ขึ้นรถสาธารณะ รวมทั้งรถไฟใต้ดินได้ค่ะ  แวะซื้อได้ที่ 7-11 หรือ G25 ก็ได้นะคะ  มีขายอยู่ในแอร์พอร์ตค่ะ)    เดินตามหาที่ขึ้นจนได้ขึ้นมาบนรถไฟแล้ว   (ตอนนั้นไม่ได้ถ่ายรูปรถไฟด้านนอกไว้นะคะ เพราะกลัวขึ้นไม่ทันค่ะ
หน้าตาของแถวที่นั่งก็เป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 2 ที่นั่งนะคะ  สะอาดสะอ้าน กลิ่นสะอาดค่ะ
ด้านบนก็จะมีจอให้เราดูข่าว ดูเพลง (ที่มีแต่ภาพ) สลับกับการแสดงรายละเอียดสถานีที่ผ่าน  เวลา อุณหภูมิภายนอกค่ะ

รถไฟวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว  มีหิมะปกคลุมเต็มพื้นที่ไปหมดค่ะ  ตอน 20 นาทีแรกก็ตื่นเต้น จนพอจะลืมๆ ความเหงาเมื่อสักครู่ไปได้  แต่พอนั่งไปนั่งมาก็นึกอีกแล้วค่ะ  ความดราม่าบังเกิด  อยากให้ลูกมาเห็นด้วยกัน  อยากให้สามีมาเที่ยวด้วยกัน อยากมากันทั้งครอบครัว

โอ้ย....แค่นี้ก็ดีแล้วค่ะ เป็นเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูลแล้วว่าได้มาเหยียบแผ่นดินอื่นแบบมาเองไม่ง้อทัวร์ ขึ้นมาทั้งแฟมิลี่ จะกินเกลือกันได้นะคะ!

น้ำตาเริ่มมาแล้วค่ะ....

เริ่มหันมาหาความสุขกันในรถดีกว่าค่ะ  มีนิตยสารมากมายที่ล้วนแต่เป็นภาษาโคเรียนกันทั้งนั้น  ไม่มีสมาธิดูเลย  นอนดีกว่า...............................

หน้าตาเจ้ เพลียมาก  สนุกไม๊นั่น????  
เจอแต่หิมะ!!! หนาว  เหงา  เบื่อ ดราม่าได้อีก  นอนๆๆ
  เริ่มเข้าสู่อากาศที่อุ่นขึ้นบ้างแล้วนะคะ  แต่เอ...นั่นมันฝนตกนี่นา......................ปูซานของเจ้  รอเจออยู่นะคะ!!!!

เดี๋ยวไปต่อกันที่ ปูซาน ภาค 2 นะคะ
และอย่าลืมไปอ่าน "กินเที่ยวเฟี้ยวฟ้าวฯ Day1 ตามลิงค์นี้นะคะ 
http://u4toon.blogspot.com/2016/02/17-day-1.html

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กินเที่ยวเฟี้ยวฟ้าวเกาหลีด้วยตัวเอง 17 วัน หลายเมือง (Day 1)

หลังจากเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองมาแล้ว 4 ครั้ง

ทีแรกเลยก็ไม่คิดว่าจะนำมาเขียนลงบล็อกหรอกค่ะ  เพราะการเดินทางครั้งแรกนั้นถือเป็นประสบการณ์ที่สุข ทุกข์ มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา  มีมิตรภาพเพิ่มเข้ามาระหว่างการเดินทางและถือเป็นรอยประทับใจที่ยังฝังอยู่ในใจในขณะนั้นและคิดว่าไม่มีทางลืมเลือนแน่นอน  อีกทั้งเราเองก็ไม่ได้เป็นกูรูหรือผู้ที่ได้เที่ยวต่างประเทศอย่างหลากหลายเหมือนกับหลายๆ คนที่รู้จักกันทั้งจากเพื่อนในเฟสบุ๊ค หรือเพื่อนๆ ผิวเผิน (ฮ่าๆๆๆ คือรู้จักไม่มากมาย แค่รู้จัก กิน เที่ยวสายธรรมชาติกันบ้าง)  ก็คิดว่าไม่มีฤทธิ์อาจหาญไปตั้งกระทู้กระแท้ หรือเขียนลงบล็อกนักหรอก
    แล้วไงล่ะ????  ตั้งแต่การเดินทางครั้งแรกในปี 2555 จนปัจจุบัน 2559 เราก็เดินทางทั้งเกาหลีใต้, ญี่ปุ่นและฮ่องกงมาแล้ว   ความทรงจำเกาหลีครั้งแรกก็เริ่มจะปะปนกับไอ้การเดินทางครั้งต่อๆ มาแล้วล่ะสิ   ทำไงล่ะทีนี้???  คงต้องลงบันทึกไว้ซะแล้วล่ะทีนี้   โดยเริ่มจากการเที่ยวเองครั้งแรก  แถมเป็นต่างแดนด้วยสิ  วางแผนยังไง? ผลจะเป็นอย่างไร เรามาดูกัน
   ลีลาการเขียนอาจไม่ดีนัก แต่ก็เอาเหอะนะ  อยากลงเอาไว้ให้ได้อ่านกัน ถ้าเป็นไปได้ก็เผื่อจะเป็นแนวทางให้กับผู้ที่อยากเที่ยวด้วยตัวเองได้บ้าง
เดี๋ยวเรามาเริ่มจากทริปเกาหลี 17 วันครั้งแรกหลายเมืองกันเลยดีกว่านะคะ!
(ไปนั่งเก็บภาพระลึกชาติจากเฟสบุ๊คของตัวเองนี่แหละ ง่ายและเรียงวันเอาไว้ได้ดีที่สุดแล้ว ไม่ลืมเลือน ไม่วางมั่วด้วย  ขอบคุณตัวเองที่บ้าลงรูปตั้งแต่ไหนแต่ไร  ไม่งั้นรูปคงไม่เหลือและเวลาคงไม่เรียงลำดับแน่นอน)

แรงบันดาลใจ  
1)  ซีรีย์เกาหลี (เชื่อว่าหลายคนมีแหล่งเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ คือไปตามรอยซีรีย์ที่ตัวเองชอบ พระ-นางเค้าไปที่ไหน เราก็อยากไป)  
2)  ศิลปินที่ชื่นชอบ  (โอ้โห.............อันนี้มันก็ใช่เลยนะ เชื่อว่าเกือบ 100% ที่ตามอปป้าที่ตัวเองชอบ  แทบอยากไปนั่งเฝ้าหน้าตึกที่เค้าทำงานกันเลยทีเดียว)  แล้วเราจะเป็นถึงขนาดนั้นไม๊เนาะ?  แล้วจะได้เจอบ้างไม๊นะ?

การเตรียมตัว

1)  หาข้อมูลตามเว็บพันทิปที่เค้าเที่ยวด้วยตัวเองกันค่ะ เอามาเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เชื่อแน่ว่าหลายคนที่กินเที่ยวต่างแดนหรือในแดนสยามด้วยตัวเองมักจะทำกัน  (มันโคตรเป็นแนวที่สร้างแรงบันดาลใจเสียเหลือเกิน)  
2)  ซื้อหนังสือเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองมาอ่าน 2 เล่มที่คิดว่าเราอ่านแล้วเข้าใจง่าย น่าจะนำไปใช้ได้ (แล้วสุดท้าย ผลของการพึ่งพาหนังสือจะเป็นยังไงกันหนอ???  เอาไว้ไปอ่านตอนต่อๆ ไปกันนะคะ)
3) ซื้อหนังสือบทสนทนาเกาหลีที่เอาตัวรอดในเกาหลีได้ (แล้วสุดท้ายจะได้ใช้รึไม่นะ?)
4) จองตั๋วเครื่องบินสิคะ   ขั้นตอนนี้มีเรื่องเล่าล่ะค่ะ  เอาไว้แยกอีกประเด็นกัน
5) ซื้อเสื้อผ้าที่จำเป็นด้วยงบประหยัด (เล็งมือสองเอาไว้แน่นอน)
6) ชอปของดำรงชีพขณะที่บากบั่นดั้นด้นไปเกาหลีคนเดียว

ไปติดตามกันดีกว่า................
จองตั๋วด้วยความรู้และชำนาญอันเป็น 0 (ศูนย์)
ใช่แล้ว อ่านไม่ผิด 0!!!!!!
ศูนย์ คือ โคตรจะไม่มีความรู้แถมเข้าใจผิดซะด้วย! (ไม่รู้ เราไม่เรียกว่า "โง่" นะคะคุณ)
ด้วยคำว่า "Low Cost" สายการบินราคาต่ำ  หึๆๆๆ  (ยิ้มเยาะตัวเองในขณะนั้นมากๆ)  ทำให้เราเข้าใจว่ามันจะได้ตั๋วบินในราคาต่ำ   เมื่อเข้าใจอย่างนั้นก็มุ่งเป้าไปที่ Low Cost นี่แหละ และสายการบินที่เราเลือก ก็คิดแล้วว่าต้องเป็นของชาติเกาหลีต้องถูกและบริการดีกว่าของไทยเราแน่เลย เพราะมันรวมทุกสิ่งแล้ว ทั้งโหลดกระเป๋าฟรี รวมค่าอาหารบนเครื่อง   มันมาจบที่ "Jinair" สายการบินสีเหลืองเขียว ลูกหลาoของค่ายยักษ์ใหญ่ประจำชาติเกาหลี "Korean Air"  
   นี่แค่เริ่มต้น!
เราก็เลือกบินวันที่ 18 - 29 ธันวาคม 2555  (รวม 12 วัน)  ตั้งใจว่าจะกลับมา Count Down ปีใหม่กับครอบครัวเพราะมีโอกาสเที่ยวคริสต์มาสที่นู่นแล้ว เลยอยากอยู่กับครอบครัวในวันสำคัญ  เอาวะ! ได้วันแล้ว  ค่าตั๋วตอนนั้น  18,000 บาท (ขอเป็นตัวเลขกลมๆ นะคะ) หลังจากจองแล้ว  โอนเงินยังไงหว่า????  คือไม่เป็นอะไรเลยสักอย่างเดียว เว็บจองก็เป็นภาษาอังกฤษกับเกาหลี (คุณพระ! คุณขายที่ไทยแล้วทำไมไม่มีภาษาไทยฟะ????)    โชคดีที่มีเบอร์บริการลูกค้าในไทย   ได้ความว่าโอนเข้าบัญชีธนาคารแล้วส่งสลิปทางอีเมล์    โอเคๆๆ    การจัดการวุ่นวายขั้น 4 ดาวกันเลยทีเดียว เพราะถ้าหลุดจากวันที่เราจองไป   หากมันเลยวันไปแล้วราคามันจะแพงกว่ากันหลายบาท    เรียกพี่วินปากซอยไปโอนเงิน   แล้วกลับมาถ่ายรูปส่งสลิปที่บ้าน  (ในตอนนั้นมือถือไม่มีเน็ตค่ะ  ไม่เคยมี ก็ต้องกลับมาอาศัยเน็ตบ้านนี่แหละ)
เย้ๆๆ  ส่งเรียบร้อยแล้ว  ได้รับการคอนเฟิร์ม.......
อ้าว! มันยังไม่จบล่ะสิ  หลังจากสามีกลับมาจากทำงาน
เค้าบอกว่า ไหนๆ จะไปแล้ว ก็ไปหลายวันให้คุ้มค่าตั๋วหน่อยนะ  เพราะฐานะอย่างพวกเราคงไม่มีวันได้ไปเที่ยว ตปท. อีกแล้วแน่นอน  (จริงด้วยสิ!  เปลี่ยนจ้า....................... แล้วความวุ่นวายและลำบากกระเป๋าเงินก็เกิดขึ้น)
"ทางเราต้องคิดค่าเลื่อนไฟลท์นะคะ เพราะคุณลูกค้าได้ทำการจองและทางเราได้ออกตั๋วไปเรียบร้อยแล้ว"  เสียงฝ่ายบริการลูกค้าบอกเราด้วยน้ำเสียงหวานหยด  แต่เรางี้ สลดหัวใจ  มันจะเสียอีกกี่ร้อยกันเนี่ยะ???  เอาวะ  เสียก็เสีย
"เท่าไรคะ?"
"เพิ่มค่าเลื่อนไฟลท์  3,000 บาทค่ะ"   (แกบอกชั้นไม่ผิดใช่ไม๊?)
จะทำไงได้ล่ะ  กลายเป็นว่าเราต้องบินด้วยค่าตั๋วเกือบจะเท่ากับชั้นดีกันเลยทีเดียว  21,000 บาท (เลขกลมๆ อีกครั้ง)  ยอมวะ  เลื่อนเป็น 13 - 29 ธันวาคม 2555 รวมเป็น 17 วัน
ได้ตั๋วแล้วนี่! ทีนี้ก็ถึงเวลาจัดแผนการเดินทาง  ที่มีเวลาเตรียมตัวเพียง 20 วัน  ตึงๆๆๆๆๆ  ตาเหลือกสิคะงานนี้   อีนี่ไม่รู้อะไรเลย  ไม่เคยเดินทางอะไรแบบนี้มาก่อน  กลัวจะไปหลงทาง  กลัวพูดไม่ได้  เอาวะ! โลกสวยไว้ก่อน   เห็นในซีรีย์มันมีแต่คนดี (ก็เราดูแต่ซีรีย์สายแบ๊ว  ไม่มีสายโหด เลยมองเกาหลีงดงามไปหมดในตอนนั้น)    แต่เอ................เห็นในเรื่อง IRIS มันก็มีพวกมือปืนนี่หว่า  ขืนไปทำอะไรไม่ดี ผิดประเพณีเค้า เราจะโดนจับไม๊วะ?????   เริ่มหวาดระแวง เลยเริ่มหาข้อมูลให้แน่นไว้ก่อน (เท่าที่สมองและสองมือจะหาได้) 

เอาล่ะ  ตั๋วบินมีแล้ว  จัดแผนเที่ยวเสร็จแล้ว  ไปหาเสื้อผ้ากัน!

ด้วยงบที่จำกัดมาก  ที่พึ่งพาของเราคือ "โรงเกลือ"  สินค้ามือสองเท่านั้นที่เราคู่ควร  \(^_^)/
ได้เสื้อมาตัวนึง 120 บาท  สีเขียวขี้ม้า สไตล์ทหารในแบบที่เราชอบ   รองเท้าบู๊ทหนังเท่ๆ 1 คู่ 200 บาท ถุงมือ 30 บาท 2 คู่ หมวกไหมพรม 2 ใบ ใบละ 30 บาทเช่นกัน (เอาแค่นี้ก็พอแล้ว  มันคงไม่ได้หนาวอะไรนักหนาหรอก หลังจากได้ลองซ้อมเอาหน้าไปอังๆ ไอเย็นจากช่องฟรีซในตู้เย็นก่อนไปเลือกซื้อชุด   ก็ไม่ได้หนักหนานัก)
อ่านๆ ดูๆ ข้อมูล  เค้าบอกว่าต้องมีถุงมือ (ที่เค้าว่ากันว่า "ถุงมือหนัง" จะช่วยเก็บความอุ่นให้มือเราได้นาน  หึๆๆๆ แล้วจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น)   เราไปซื้อถุงมือหนังจากห้างใหญ่แถวบางนา  คู่ละ 650 บาท (ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง)   และลองจอน 1 ชุด (จำราคาไม่ได้  มันคงไม่หนาวนักหรอก ชุดเดียวพอแล้ว ติดๆ ไปงั้นแหละ คงไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำ)
ด้วยความที่เป็นคนขยันโพสต์นู่นนี่นั่นในเฟสบุ๊คส่วนตัว ก็มีน้องส่งข้อความมาบอกว่า
"พี่ตูนคะ  มาเอาเสื้อบ้านเมย์ได้เลย  อ่อ! แล้วก็กระเป๋า มันแพงค่ะ  พี่มายืมของเมย์ไปด้วยเลย ไม่ต้องซื้อนะคะ" (ขอบคุณน้องเมย์มากๆ ที่หยิบยื่นไมตรีและน้ำใจมา)
สามีขับรถพาไปยืมที่ชลบุรี   ได้เสื้อขนเป็ดสีแดงมา 1 ตัว  เสื้อสีดำ (ที่เอามาก็ไม่ได้ใส่ 1 ตัว เพราะตัวมันเล็ก ฮ่าๆๆๆๆ)   ที่ปิดหู 1 อัน   กระเป๋าใบโตสีเขียวขี้ม้า 1 ใบ  รองเท้าบู๊ตบุขนด้านในอย่างดี สีครีม 1 คู่  (เมื่อมาถึงบ้าน ลองใส่ปุ๊บ! พื้นหลุดปั๊บ! เฮ้ย! หายนะ!!!!!)    โชคดีที่น้องเมย์บอกว่า  "ทิ้งไปเลยค่ะพี่   มันนานแล้ว  กาวมันใช้ไม่ได้แล้วมั้งคะ  ทิ้งเลยค่ะ ไม่มีปัญหา" ขอบคุณน้องเมย์อีกครั้ง  นางฟ้าของพี่........................

แล้ววันเดินทางก็มาถึง......................... น้ำตาจิไหล  หัวอกคนเป็นแม่ คิดถึงลูกสาวจับหัวใจ  กราบไหว้ขอพระสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนหิ้ง

สามีพาไปส่งที่สนามบินพร้อมกับเพื่อนสามีที่เป็นผู้ชำนาญทางในการเดินทางไปสุวรรณภูมิ (ขอบคุณพี่เบิ้ม  อาจารย์ร่างหมีพูห์ที่ขอให้ไปส่งก็ไปด้วยกัน  เป็นเพื่อนสามีขับรถกลับจากส่งเรา)

ลากกระเป๋าราวกับเตรียมตัวเข้าบ้าน AF.......... "บนทางเดินแห่งความฝันนี้ อาจไม่มีพรมแดงปูทาง อุปสรรคขวากหนามมากมายเท่าไร..............."

   กำลังใจจากสามี  ไม่อยากจากกันเลย ................
บินดึก 4 ทุ่มกว่า  จะได้ไปถึงนู่นเช้าๆ  หน้าตาไม่ต้องแต่งมากนัก เดี๋ยวก็นอน (เหรอ????)
คุณสามีและเพื่อน   ถ่ายรูปกันหนุกหนาน เค้าบอกว่าอาจได้มาส่งแค่รอบเดียวเพราะเราคงไม่ได้บินต่างประเทศอีกแล้วล่ะ อย่างพวกเราไม่ได้เที่ยวแบบนี้กันง่ายๆ  เลยต้องถ่ายให้เยอะๆ  แต่เดี๋ยวนะ ใครบินคะ???
 สาธุ....ขอให้ภรรยาผมเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยด้วยเถิดครับ
กราบพระบรมสารีริกธาตุเพื่อการเดินทางปลอดภัยและราบรื่น
มาต่างประเทศ ผ่าน ตม.เข้ามาแล้ว เราจะได้เห็นปูนปั้นพญานาคเกษียรสมุทรที่นี่ (ซึ่งปัจจุบันไม่หลงเหลือให้เห็นแล้ว  น่าเสียดายมากๆ)
 บ๊ายบายไทยแลนด์  เกาหลีใต้รอเราด้วยนะ


 ขอถ่ายรูปกับคนไทยเป็นที่ระทึก  เค้าไปกับทัวร์แต่เราโดดเดี่ยวเหลือเกิน
 แอร์โฮสเตทของจินแอร์เค้าน่ารักจิิ้มลิ้มค่ะ  ชุดฟอร์มก็ทะมัดทะแมงดีแท้   แต่แหม....เราได้แถวท้ายๆ ติดห้องน้ำเลย  เมื่อยหลังชะมัด  ขาก็ชิดเกิ๊น  (เอาเห๊อะ! Low Cost เลือกเองนี่นา)


เอาล่ะ ไม่ทันได้หลับเลย เครื่องเล็ก ตกหลุมอากาศตึงๆ ตลอดเลย  อีกไม่กี่อึดใจนักก็จะถึงจุดหมายแล้ว  โดนแอร์มาปลุกให้ตื่นด้วยแสงสว่างโล่งโจ้งทั่วห้องโดยสาร  (คือ....เจ้เพิ่งหลับไปได้สัก 20 นาทีได้มั้ง   คณะทัวร์ไทยคุยกันราวกับขายปลา สนุกสนานกดไฟเรียกแอร์ทั้งคืน  คงได้หลับหรอกนะ )  ไม่ได้นอน กินไม่ลง เก็บไว้กินหลังจากลงเครื่องไปแล้วละกันนะ  ปิดกล่อง ยัดลงกระเป๋าเป้สิคะ!

เดี๋ยวไปอ่านภาคต่อเมื่อไปถึงสนามบินนานาชาติอินชอน  เกาหลีใต้ในฝันของใครหลายๆ คน รวมทั้งเราด้วย.....................................................

 กินเที่ยวเฟี้ยวฟ้าวฯ Day2 ภาค 1 ตามลิงค์ไปเลยนะคะ

http://u4toon.blogspot.com/2016/02/17-day-2-ktx-1.html