ต่อจากภาคที่ 1 หลังจากเดินทางยาวนานด้วยเครื่องบินโดยสาร Jinair สายการบิน Low Cost จากสนามบินสุวรรณภูมิรอบดึก ในที่สุดก็มาถึงอินชอน เกาหลีใต้โดยสวัสดิภาพ เรามาต่อกันเลยดีกว่านะคะ
นี่ไง "นาเกลือ" ฮ่าๆๆๆ ไม่ใช่หรอก หิมะบนสนามบินค่ะ หนาวมาก คนไม่เคยเจอความหนาว พอได้เจอปุ๊บ ใจมันหว่าเว้ เหว่ว้าทันที คิดถึงลูกและสามีไปเยอะเลย ไม่อยากลงจากเครื่องบินเลยค่ะในตอนนั้น แต่เดี๋ยวเราไปผ่านขั้นตอนของ ตม. มหาโหดในตำนานกันนะคะ ในส่วนนั้นเค้าห้ามถ่ายรูป ดังนั้นจะเล่าแบบไร้รูปกันไป อย่าเพิ่งเบื่อนะคะหลังจากเดินออกจากเครื่องมาแล้ว พวกเราทุกคนต้องเข้าไปให้ ตม. ตรวจพาสปอร์ตและตัดสินใจว่าจะให้พวกเราคนใดได้เข้าไปเหยียบประเทศเขา หรือจะปั๊มตราหน้าว่า "มาแล้วนะ แต่อดเข้าย่ะ หวายๆๆ"#ในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ เพราะไม่รู้จักว่า ตม.จะดีจะร้ายสักเท่าไร การไปเที่ยวครั้งแรก โลกสวยเลยค่ะ อะไรก็ดีไปหมด มองแต่ด้านบวก ไม่คิดว่า ตม.จะใจร้ายไม่ให้เข้าจะทำอย่างไร(พลาดได้ไงนะ) พวกเราก็ไปยืนต่อแถวกันค่ะ เรายืนในแถวที่ 2 นับจากด้านซ้ายมือ...............
ยืนมองนั่นมองนี่ไปทั่ว ตามประสาคนไม่เคยมา ตื่นตาตื่นใจ (มั้ง) และอยากรู้อยากเห็นจนใกล้ถึงคิวของตัวเองแล้ว เย้ๆๆ จะได้เดินออกไปจากตรงนี้ซะที
และแล้วเวลานั้นก็มาถึง คิวของฉันมาถึงแล้ว.................. กำลังจะก้าวขาออกไปหา ตม.ด้วยความมั่นใจ ฮึ๊บ!!! วู่บๆๆ ฉับๆๆ (อะไรแว๊บๆ???)
หญิงสาวนางหนึ่ง ผมตรงยาวกำลังดีโกรกสีทองสวยงาม หน้าตาแช่มช้อย สวมเสื้อขนเฟลอร์ (จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ได้ รู้แต่ว่าเสื้อมันเป็นขนๆ ฟูๆ ฟรุ้งฟริ้ง) สีขาวราวคุณหนูหลุดจากนิตยสารก็ไม่ปาน แต่มองไปมองมาดูราวกับไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวเลย นางเคยอยู่แถวที่ 3 (ด้านซ้ายมือของเรา) แต่เดินตัดหน้าเราไปทางแถวที่ 1 (ขวามือของเรา) แล้วก้าวเดินฉับๆๆ เข้าช่องที่ 1 (เพื่ออะไรคะน้อง??? คือมันคิวของคนที่ต่ออยู่ช่องนั้นไม่ใช่เหรอ?) ผู้หญิงคนนั้นไม่สนใจเลยว่าจะมีใครเสียใจหรือกร่นด่าที่เธอตั้งใจตัดหน้าเขาไปหา ตม.ตรวจก่อนทั้งที่ไม่ใช่คิวของนาง คนจากแถวที่ 1 จึงสลับไปเข้าช่องที่ 2 แทนที่เราด้วยสีหน้าเซ็งๆ และอึกๆ อักๆ เหมือนทำอะไรไม่ค่อยถูก มือกำพาสปอร์ตไว้แน่น อ้าว! แล้วเราล่ะ???? เราก็เลยต้องขยับไปเข้าช่องที่ 1 (เป็นงั้นไป เอาไงก็ได้ ขอให้ได้ไปก็แล้วกัน)
เวลาผ่านไประยะอึดใจแม้ว........ ถึงคิวเราแล้วๆๆๆ (จนท.วันนี้เป็นชายหนุ่มหล่อแบบน่าจะผ่านมือหมอเพราะดูแล้วไม่ใช่เกาหลีโบราณ)
เรา- สวัสดีค่ะ (ภาษาอังกฤษ แล้วยิ้มนุ่มนวลเท่าที่จะทำได้และให้ดูจริงๆ ใจที่สุด พยามมองเข้าไปในตา ตม. ให้รู้ว่า เหย...แก ชั้นมาเที่ยวจริงๆ นะ)
จนท. - (พยักหน้า หยิบพาสฯ ของเราไปแบบไม่ได้มองหน้าเราสักนิดเดียว เปิดๆๆๆ แล้วมาหยุดชะงักตรงจุดที่ปั้ม ตม.ของกัมพูชา เขมรนี่เอง ไปตั้ง 2 ครั้ง คือแค่เข้าไปนะ ไม่ได้ไปเล่นคาสิโนเลย ปั้มๆ เหอะไอ้หนุ่ม พี่ง่วง)
แล้วเจ้าหนุ่ม ตม. ก็ส่งพาสฯ คืนเรามาพร้อมกับพูดว่า "Have a nice trip, Welcome to Korea"
ยิ้มกว้างเลยค่ะดิฉัน รออะไรคะ ขอบคุณแต๊งกิ้วแล้วรับมาเลย
จนท. - (พยักหน้า หยิบพาสฯ ของเราไปแบบไม่ได้มองหน้าเราสักนิดเดียว เปิดๆๆๆ แล้วมาหยุดชะงักตรงจุดที่ปั้ม ตม.ของกัมพูชา เขมรนี่เอง ไปตั้ง 2 ครั้ง คือแค่เข้าไปนะ ไม่ได้ไปเล่นคาสิโนเลย ปั้มๆ เหอะไอ้หนุ่ม พี่ง่วง)
แล้วเจ้าหนุ่ม ตม. ก็ส่งพาสฯ คืนเรามาพร้อมกับพูดว่า "Have a nice trip, Welcome to Korea"
ยิ้มกว้างเลยค่ะดิฉัน รออะไรคะ ขอบคุณแต๊งกิ้วแล้วรับมาเลย
เอ.....แต่แปลกนะคะ ผู้หญิงคนที่ปาดหน้าเค้กเราไปหา ตม.ริมขวานั่น ป่านนี้ยังยืนอธิบาย กางเอกสารให้ ตม.ตรวจอยู่เลย เอกสารเยอะจนเหมือนจะควักโฉนดที่ดินมาโชว์เลยจ้า...............
เอาล่ะ! มารอกระเป๋าเลยดีกว่านะคะ..............
(ไอ้เราก็เตรียม Plan เที่ยว พร้อมทั้งใบจองที่พักซะเรียบร้อย จะจองอย่างไร เอาไว้รายละเอียดต่อไปนะคะ ตอนนี้ไปรับกระเป๋ากันก่อนค่ะ)
มาแล้วๆๆ กระเป๋าของเจ้ เวลคัม ทู โคเรีย
ด้วยความที่คิดว่าไปเมืองไกลๆ ก่อนก็แล้วกัน แล้วค่อยเข้ามาเที่ยวโชลวันหลังๆ เราเลยจองตั๋วรถไฟ KTX ซึ่งเป็นรถไฟหัวจรวดที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ค่ะ แต่เอ่อ..............ไม่มีการขายในตอนนี้นะคะ เพราะเราออกมาจากประตูผู้โดยสายขาเข้าตอน 6.30 น. ต้องรอ 8.30 น. ค่ะ
หาเสบียงในกระเป๋าที่ได้มาจากบนเครื่องนั่นแหละค่ะ มากินไปก่อน ในเวลานี้ แค่มองเพดาน มองผู้คนก็เริ่มสุขแล้วค่ะ แต่จะว่าไปมันก็เหงาๆ หน่อยนะคะ ดีที่รอบๆ เราได้ยินเสียงคณะทัวร์จากไทยมากมาย 2-3 กลุ่ม เลยทำให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยวนัก ได้ยินเสียงภาษาแม่ก็ยังดีค่ะ
..................................
เริ่มเข้าสู่อากาศที่อุ่นขึ้นบ้างแล้วนะคะ แต่เอ...นั่นมันฝนตกนี่นา......................ปูซานของเจ้ รอเจออยู่นะคะ!!!!
ด้วยความที่คิดว่าไปเมืองไกลๆ ก่อนก็แล้วกัน แล้วค่อยเข้ามาเที่ยวโชลวันหลังๆ เราเลยจองตั๋วรถไฟ KTX ซึ่งเป็นรถไฟหัวจรวดที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ค่ะ แต่เอ่อ..............ไม่มีการขายในตอนนี้นะคะ เพราะเราออกมาจากประตูผู้โดยสายขาเข้าตอน 6.30 น. ต้องรอ 8.30 น. ค่ะ
หาเสบียงในกระเป๋าที่ได้มาจากบนเครื่องนั่นแหละค่ะ มากินไปก่อน ในเวลานี้ แค่มองเพดาน มองผู้คนก็เริ่มสุขแล้วค่ะ แต่จะว่าไปมันก็เหงาๆ หน่อยนะคะ ดีที่รอบๆ เราได้ยินเสียงคณะทัวร์จากไทยมากมาย 2-3 กลุ่ม เลยทำให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยวนัก ได้ยินเสียงภาษาแม่ก็ยังดีค่ะ
..................................
นั่งรอไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาซื้อตั๋ว เราก็ไปซื้อนะคะ แล้วก็ไปรอขึ้นรถไฟค่ะ
เราได้มาแล้วนะคะ ตั๋วรถไฟหัวจรวด KTX ราคาไปปูซาน (ไปที่นั่นก่อนเลยค่ะ เที่ยวไกลๆ ก่อนนะ) ราคา 61,700 วอน (ตอนนั้นก็เอาไปคูณ 0.36 นะคะ) เรียกขึ้นรถตอน 9.14 น. และจะออกจากชานชลาที่ 2 และจะไปถึงปูซานตอน 11.58 น. (ใช้เวลาไม่นาน แต่ก็คิดว่าเดี๋ยวไปนอนที่นั่นก็ได้ หลังจากอดหลับอดนอนบนเครื่องมา 5.50 ชม. เอาล่ะ เราไปที่ชานชลากันดีกว่าค่ะ
เราต้องนั่งรถไฟแอร์พอร์ตมาลงที่สถานีโซลหรือ Soeul Station ก่อนนะคะ (ตอนนั้นเราก็ซื้อบัตร T-Money ที่ใช้ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ขึ้นรถสาธารณะ รวมทั้งรถไฟใต้ดินได้ค่ะ แวะซื้อได้ที่ 7-11 หรือ G25 ก็ได้นะคะ มีขายอยู่ในแอร์พอร์ตค่ะ) เดินตามหาที่ขึ้นจนได้ขึ้นมาบนรถไฟแล้ว (ตอนนั้นไม่ได้ถ่ายรูปรถไฟด้านนอกไว้นะคะ เพราะกลัวขึ้นไม่ทันค่ะ
หน้าตาของแถวที่นั่งก็เป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 2 ที่นั่งนะคะ สะอาดสะอ้าน กลิ่นสะอาดค่ะ
ด้านบนก็จะมีจอให้เราดูข่าว ดูเพลง (ที่มีแต่ภาพ) สลับกับการแสดงรายละเอียดสถานีที่ผ่าน เวลา อุณหภูมิภายนอกค่ะ
รถไฟวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว มีหิมะปกคลุมเต็มพื้นที่ไปหมดค่ะ ตอน 20 นาทีแรกก็ตื่นเต้น จนพอจะลืมๆ ความเหงาเมื่อสักครู่ไปได้ แต่พอนั่งไปนั่งมาก็นึกอีกแล้วค่ะ ความดราม่าบังเกิด อยากให้ลูกมาเห็นด้วยกัน อยากให้สามีมาเที่ยวด้วยกัน อยากมากันทั้งครอบครัว
โอ้ย....แค่นี้ก็ดีแล้วค่ะ เป็นเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูลแล้วว่าได้มาเหยียบแผ่นดินอื่นแบบมาเองไม่ง้อทัวร์ ขึ้นมาทั้งแฟมิลี่ จะกินเกลือกันได้นะคะ!
น้ำตาเริ่มมาแล้วค่ะ....
เริ่มหันมาหาความสุขกันในรถดีกว่าค่ะ มีนิตยสารมากมายที่ล้วนแต่เป็นภาษาโคเรียนกันทั้งนั้น ไม่มีสมาธิดูเลย นอนดีกว่า...............................
เจอแต่หิมะ!!! หนาว เหงา เบื่อ ดราม่าได้อีก นอนๆๆ
เริ่มเข้าสู่อากาศที่อุ่นขึ้นบ้างแล้วนะคะ แต่เอ...นั่นมันฝนตกนี่นา......................ปูซานของเจ้ รอเจออยู่นะคะ!!!!
เดี๋ยวไปต่อกันที่ ปูซาน ภาค 2 นะคะ
และอย่าลืมไปอ่าน "กินเที่ยวเฟี้ยวฟ้าวฯ Day1 ตามลิงค์นี้นะคะ
http://u4toon.blogspot.com/2016/02/17-day-1.html










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
อยากบอกอะไรก็บอกได้นะคะ